วันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2556

รายละเอียดสาขาวิชาต่างๆของคณะวิศวกรรมศาสตร์


วิศวกรรมโยธา

     วิศวกรโยธาเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างอาคาร สะพาน เขื่อน ถนนและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ อีกมากมาย วิศวกรโยธามีหน้าที่วางแผน ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างตั้งแต่งานขนาดเล็กไปจนถึงโครงการก่อสร้างขนาด ใหญ่ เช่น ตึกระฟ้า ท่าอากาศยาน ศูนย์การผลิตและควบคุมบำบัดน้ำเสีย ระบบขนส่งและระบบสาธารณูปโภค ควบคุมงานสร้างถนน สะพาน อุโมงค์ และสิ่งอำนวยความสะดวกในการขนส่งต่างๆ ทำงานเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคาร ทำงานสำรวจเพื่อหาสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการก่อสร้าง สำรวจและประเมินลักษณะและความหนาแน่นของการจราจรทางอากาศทางบก และทางน้ำเพื่อพิจารณาว่าจะมีผลต่อโครงการอย่างไรบ้าง สำรวจดูพื้นผิวดินและใต้ผิวดินว่าจะมีผลต่อการก่อสร้างอย่างไร และเหมาะสมที่จะรองรับสิ่งก่อสร้างเพียงใด เป็นต้น ทำงานร่วมกับสถาปนิกเพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปอย่างสะดวก (ดี เร็ว ประหยัด และไม่โกงกิน)


วิศวกรรมการวัดคุม

     การวัด + การควบคุม หมายถึง การวัดเพื่อการควบคุม ในทางวงการอุตสาหกรรม ทุกระบบจะดำเนินไปอย่างอัตโนมัติ ซึ่งแต่ละกระบวนการมันต้องมีการตรวจรู้และตัวควบคุม เพื่อในกระบวนการนั้นดำเนินไปอย่างอัตโนมัติตามขั้นตอนที่ต้องเป็นไปได้ ซึ่งภาคนี้ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเรียนเกี่ยวกับการวัด การวัดเพื่อนำผลที่ได้ไปควบคุม เช่น การวัดการไหล การวัดระดับ การวัดอุณหภูมิ การวัดความดัน เป็นต้น ซึ่งการวัดในตัวอย่างข้างต้นนี้มันก็มีอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการวัด ภาคนี้ก็จะเรียนเกี่ยวกับอุปกรณ์พวกนี้ว่า มีวิธีการวัด เลือกใช้ ติดตั้งอย่างไร คล้ายกับวิศวกรรมระบบควบคุม เพียงแต่แตกต่างกันที่วิศวกรระบบควบคุมเน้นการมองไปที่ระบบเป็นส่วนใหญ่ มองภาพรวมเป็นระบบ แต่วิศวกรวัดคุมเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ หรือประยุกต์ความรู้ที่มีใช้ในการควบคุมระบบให้ทำงานได้เป็นปกติ งานที่ทำก็มีหลายด้านครับ เช่น ทำงานขุดเจาะปิโตรเลียม โดยใช้เครื่องมือวัดคุม แรงดัน อุณหภูมิ เป็นต้น


วิศวกรรมระบบควบคุม

     วิศวกรรมระบบควบคุม จะอาศัยความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับคณิตศาสตร์และทฤษฎีระบบควบคุม เป็นหลัก โดยจะแบ่งออกได้เป็นกลุ่มๆ คือ ด้านการควบคุมกระบวนการ ระบบควบคุมอัตโนมัติ และ Electronics Control ซึ่งสามารถเลือกศึกษาได้ตามความถนัดและความชอบของแต่ละคน นึกภาพง่ายๆก็คือ เป็นคนที่ทำให้โรงงานทั้งโรงงานสามารถควบคุมได้จากคอมพิวเตอร์ในห้องควบคุม นั่นเองคือหน้าที่หลัก วิศวกรรมระบบควบคุมนั้นจะเน้นในเรื่องของการควบคุมแบบเป็นขั้นตอน การจัดสร้างระบบควบคุมขึ้นมาจากการวิเคราะห์คำนวณอย่างถูกต้อง สายงานของวิศวกรระบบควบคุมนี้จะอยู่ในกระบวนการผลิตทั้งหลาย ที่มีการใช้ระบบที่มีความถูกต้องแม่นยำ เพื่อทำให้กระบวนการผลิตดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นอาชีพที่เพื่อนร่วมงานหลายๆคนอิจฉา เพราะหางานง่าย เงินเดือนดี ขึ้นอยู่กับความถนัดและอุตสาหกรรมที่ไปทำงาน ถ้าไปอยู่กลุ่มอุตสาหกรรมหนักหรือพลังงาน เช่น โรงแยกก๊าซ โรงกลั่น โรงไฟฟ้า ก็จะทำงานเกี่ยวกับเครื่องมือวัดและระบบควบคุม ของกระบวนการผลิตในโรงงาน บางคนอาจจะไปทำโรงงาน Electronics เป็น Test Engineer, Automation Engineer เป็นต้นสิ่งไหนที่ต้องใช้การควบคุม วิศวกรสายนี้ก็จะถนัดมากที่สุด



CR:http://unigang.com/Article/5583

วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2556

รายละเอียดสาขาวิชาต่างๆของคณะวิศวกรรมศาสตร์


วิศวกรรมสารสนเทศ

     วิศวกรสารสนเทศ เป็นการผนวกรวมองค์ความรู้ทางด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และวิศวกรรมโทรคมนาคม เข้าด้วยกัน วิศวกรรมสารสนเทศจะใช้องค์ความรู้ในหลายๆ ส่วนเข้าด้วยกันดังต่อไปนี้ เช่น ทางด้านโทรคมนาคม ระบบโครงข่ายโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์, ระบบสายส่งแบบมีสายและไร้สาย, ระบบสื่อสารต่างๆ เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ การสื่อสารผ่าน การสื่อสารผ่านเส้นใยแก้วนำแสงและระบบสายอากาศ ทางด้านคอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการ ภาษาโปรแกรม ระบบฐานข้อมูล การติดตั้งเซิฟเวอร์ การเขียนโปรแกรมเพื่อจัดการระบบเครือข่าย จะเห็นได้ว่า วิศวกรสารสนเทศและการสื่อสารมีความรู้ด้านเทคโนโลยีโทรคมนาคมยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นระบบคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีโครงข่ายคอมพิวเตอร์และโทรคมนาคม หรือจะกล่าวได้ง่ายๆว่าสาขาสารสนเทศ เรียนคอมพิวเตอร์ผสมกับการการสื่อสารครับ

วิศวกรรมเครื่องกล

     เกี่ยวข้องกับการออกแบบ การประดิษฐ์คิดค้น การผลิต และการบำรุงรักษาระบบ โดยมีบทบาทเกี่ยวข้องกับกิจกรรมในชีวิตทั้งหมดทางเทคโนโลยี อุตสาหกรรมใดที่ใช้เครื่องจักรหรือเครื่องมือจะต้องเกี่ยวข้องกับสาขานี้ เนื้อหาของวิชาวิศวกรรมเครื่องกล เรียนเกี่ยวกับพื้นฐานฟิสิกส์ของระบบกลไก การออกแบบและการเขียนแบบด้วยคอมพิวเตอร์ วัสดุศาสตร์ กลศาสตร์วิศวกรรม ระบบกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรม อุณหพลศาสตร์ กลศาสตร์วัสดุ พลศาสตร์ของไหล การถ่ายเทความร้อน พื้นฐานวิศวกรรมไฟฟ้า การทำความเย็นและปรับอากาศ ระบบไฮดรอลิกส์และนิวแมติกส์ เครื่องจักรกลของไหล วิศวกรรมยานยนต์ วิศวกรรมการสันดาป การสั่นสะเทือนทางกล ระบบควบคุมอัตโนมัติ การออกแบบระบบความร้อน/พลังงาน/จักรกล/ระบบกลไก และเศรษฐศาสตร์วิศวกรรม เป็นต้น
  
วิศวกรรมเกษตร

     สาขาวิศวกรรมเกษตร ก็จะเน้นเรื่องเครื่องยนต์ กลไก พวกเกี่ยวกับรถไถ รถแทรคเตอร์ เรียนคล้ายเครื่องกลนั่นแหละครับ สาขาหลังการเก็บเกี่ยวและแปรสภาพ ก็เรียนคล้ายๆเครื่องกลอีกแต่จะแบ่งไปเรียนพวกคุณสมบัติของพืชผักผลไม้บ้าง แล้วก็ การจัดเก็บ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเก็บรักษาทั่วไป แล้วก็เรื่องการคัดแยกโดยใช้เครื่องมือกล หรือ พวกกระบวนการพาสเจอร์ไรส์ UHT อะไรพวกนี้ ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมที่พัฒนาไปสู่ประเทศอุตสาหกรรมเกษตร วิศวกรรมเกษตรจึงมีความสำคัญ แต่ในความเป็นจริง ประเทศไทยยังขาดวิศวกรทางการเกษตรอีกมาก ซึ่งต้องเรียนรู้ทางด้านวิศวกรรม พร้อมกับการเรียนรู้เกี่ยวกับพืช สัตว์ ดิน น้ำ สมบัติทางกายภาพและพันธุวิศวกรรมพืชสัตว์และชีวมวล เป็นต้น



CR:http://unigang.com/Article/5583

วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2556

รายละเอียดสาขาวิชาต่างๆของคณะวิศวกรรมศาสตร์

วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์

     คือสาขาหนึ่งของวิศวกรรมไฟฟ้าที่ถูกใช้งานในกรณีที่ต้องการแยกชนิดของงานทาง ด้านไฟฟ้ากำลัง (ไฟฟ้าแรงดันสูงๆ) กับงานทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ (ไฟฟ้าแรงดันต่ำ) โดยทั่วไปแล้ววิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์หมายความครอบคลุมถึง วงจรอิเล็กทรอนิกส์ระดับสัญญาณต่ำ ทั้งระบบ Analog และ Digitalทั้งระดับพีซีบีและวงจรรวม และอาจรวมไปถึงระบบสื่อสารทั้งทางไฟฟ้า, คลื่น, และแสง อิเล็กทรอนิกส์ เดิมทีเป็นสาขาที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ และ ทดสอบวงจรไฟฟ้า ซึ่งสร้างจากอุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติเฉพาะทางแม่เหล็กไฟฟ้า ตั้งแต่หลอดสุญญากาศ ตัวต้านทาน ตัวเก็บประจุ ขดลวดเหนี่ยวนำ จนถึง อุปกรณ์จากสารกึ่งตัวนำเช่น ไดโอด ทรานซิสเตอร์ และ อื่นๆ เพื่อให้เป็นอุปกรณ์ที่ทำงานตามจุดประสงค์ที่ต้องการ เช่น เป็นวงจรรับวิทยุ วงจรเครื่องขยายเสียง เป็นต้น


วิศวกรรมอัตโนมัติ

     เป็นสาขาที่มุ่งเน้นการจัดการทางด้านสารสนเทศที่ทำระบบต่างๆ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกๆ ด้าน อาทิเช่น ต้นทุนการผลิต คุณภาพและ มาตรฐานของผลิตภัณฑ์ ความปลอดภัยในการทำงาน สภาวะของสิ่งแวดล้อม ความสามารถในการปรับอัตราการผลิต เพื่อตอบสนองต่อปริมาณความต้องการของตลาด และรวมไปถึงการบริหารและการจัดการในอุตสาหกรรม มีความรู้ความสามารถในการออกแบบ สร้าง พัฒนา และจัดการระบบต่าง ๆ เช่น ระบบโรงงานอัตโนมัติ กระบวนการผลิต เพื่อให้ระบบต่างๆ เหล่านี้สามารถทำงานได้โดยตัวเองหรือพึ่งพาผู้ปฏิบัติงานน้อยที่สุด สามารถปฏิบัติงานในโรงงานอุตสาหกรรมการผลิต กลุ่มบริษัทผู้ออกแบบ ติดตั้ง และจำหน่ายสินค้าทางด้านระบบอัตโนมัติ อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ อุตสาหกรรมปูนซิเมนต์และเซรามิค อุตสาหกรรมเหล็ก อุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมกระดาษ อุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นต้น


วิศวกรรมคอมพิวเตอร์
 
     วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เน้นเกี่ยวกับการสร้างชุดคำสั่ง การสร้างข้อมูล การประมวลผลข้อมูล การแก้ปัญหาต่างๆ โดยการเขียนคำสั่งให้คอมพิวเตอร์แก้ปัญหาให้ รวมไปถึงการสร้างวงจร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความสำคัญกับการทำงานของคอมพิวเตอร์ ฐานข้อมูล, Hardware, การเขียนโปรแกรม, การประมวลผลภาพ, ระบบเครือข่าย, ระบบรักษาความปลอดภัย และอื่นๆ อีกมากมายซึ่งผู้ที่เรียนวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จะเรียนเกี่ยวกับระบบต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ แต่ละส่วนทำงานได้อย่างไร ข้อมูลจะเก็บตรงไหนอย่างไร ทั้งในเชิงวัตถุ (เห็นว่าข้อมูลเป็นอย่างไร) และในเชิงกายภาพ (รู้ว่าไฟฟ้าวิ่งในคอมพิวเตอร์อย่างไร) วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จะแบ่งออกเป็น 3สาย หลักๆ ครับ ได้แก่สาย Hardware สาย Software และสาย Network



CR:http://unigang.com/Article/5583

รายละเอียดสาขาวิชาต่างๆของคณะวิศวกรรมศาสตร์


 วิศวกรรมไฟฟ้า

     สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า เรียนเกี่ยวกับกระบวนการในการกำเนิด ถ่ายเท และแจกจ่ายพลังงานไฟฟ้าแรงสูง จากผู้ผลิตไฟฟ้าไปยังผู้บริโภค งานของวิศวกรไฟฟ้ากำลังจะเป็นงานเกี่ยวกับการพัฒนาวิธีการในการใช้ประโยชน์ จากพลังงานไฟฟ้า เช่น การจัดการพลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนาการใช้ระบบไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพและน่าเชื่อถือ เป็นต้น ในสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง ได้ศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการผลิตและการส่งจ่ายกำลังไฟฟ้า รวมไปถึงการแปรรูปพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพทั้งในภาคอุตสาหกรรม การคมนาคมขนส่ง รวมทั้งอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างต่างๆ โดยใช้เทคโนโลยีทางวิศวกรรมไฟฟ้า, อิเล็กทรอนิกส์, คอมพิวเตอร์ และระบบสารสนเทศ ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบันและอนาคต รวมทั้งการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม วิศวกรไฟฟ้าจะมีการจำลองระบบที่เรามองไม่เห็นให้เป็นระบบที่เราสามารถจะ คำนวณได้ ออกแบบได้ ทำงานร่วมกับมันได้ ถ้าตราบใดที่มนุษย์ยังอยู่บนโลก ไฟฟ้าเป็นศาสตร์ที่มนุษย์ยังคงต้องใช้กับมันตั้งแต่เกิดจนตาย


วิศวกรรมพลังงานไฟฟ้า


     มุ่งเน้นการพัฒนาทางพลังงานโดยเฉพาะพลังงานไฟฟ้า เน้นการพัฒนาแบบยั่งยืนอยู่บนพื้นฐานตามทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง และตอบสนองต่อความต้องการทางสังคมและอุตสาหกรรม รองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ และการจัดการ บริหารพลังงานให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด การใช้พลังงานหมุนเวียน และพลังงานทดแทน โดยการพิจารณาทางเลือกของการใช้พลังงาน เราจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยหลัก 3 ประการณ์ประกอบกัน ได้แก่ เศรษฐกิจ, แหล่งพลังงาน และสิ่งแวดล้อม ปัจจัยทั้ง 3 ประการจำเป็นจะต้องไปด้วยกันได้อย่างเหมาะสม ซึ่งสาขาพลังงานไฟฟ้านี้จะนำองค์ความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์รวม ถึงต้องสามารถประยุกต์ความรู้ด้านเทคโนโลยีวิศวกรรมต่างๆเข้าด้วยกันเพื่อ บูรณาการเป็นองค์ความรู้ ทางด้านวิศวกรรมพลังงาน พูดง่ายๆก็คือเรียนเพื่อนำเอาไฟฟ้าไปใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุดครับ


วิศวกรรมโทรคมนาคม

     เรียนสั้นๆว่า ภาคโทร ครับ จะเรียนเกี่ยวกับการสื่อสารทั้งหมด ซึ่งอาจแบ่งได้เป็นสองประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ การสื่อสารที่เชื่อมต่อด้วยสาย (Wired) เช่น โครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐาน โครงข่ายโทรเลข เป็นต้น และการสื่อสารที่เชื่อมต่อแบบไร้สาย (Wireless) เช่น โครงข่ายโทรศัพท์มือถือ โครงข่ายดาวเทียม ทีวีดิจิตอล เป็นต้น วิศวกรโทรคมนาคมส่วนใหญ่มักจำเป็นต้องเชี่ยวชาญงานหลายๆ ด้านทั้งงานอิเล็กทรอนิกส์ งานไฟฟ้ากำลัง งานคอมพิวเตอร์ งานสายอากาศและคุณสมบัติคลื่น ลักษณะของงาน ได้แก่ การออกแบบระบบอุปกรณ์ และส่วนประกอบต่างๆ การก่อสร้าง การติดตั้ง การทดสอบ และควบคุมการใช้ การบำรุงรักษาระบบขนาดใหญ่ เช่น สถานีวิทยุกระจายเสียง สถานีรับคลื่นดาวเทียม ปฏิบัติงานอื่นๆ เช่นเดียวกับวิศวกรไฟฟ้าทั่วไป แต่ชำนาญงานทางระบบและอุปกรณ์โทรคมนาคม เช่น ระบบและอุปกรณ์ โทรศัพท์ และโทรเลขประเภทใช้สายหรือใช้คลื่นวิทยุ เป็นต้น




CR:http://unigang.com/Article/5583
 

 บริษัทคิดเงินเดือนให้วิศวกรอย่างไร ?

       บริษัทจะให้เงินเดือนวิศวกรได้เท่าไหร่ ถ้าท่านอยากได้เงินเดือนๆละหนึ่งแสนบาทก็น่าจะทำได้ คิดง่ายๆแบบนี้ว่า ถ้าเราเอา 2.3 คูณเงินเดือนที่เราอยากได้ นั่นคือกำไรที่บริษัทต้องได้

      มีคนเคยถามว่าเงินเดือนตั้งกันอย่างไร? และนายจ้างคิดอย่างไรสำหรับวิศวกรที่ทำงานมานานและต้องเปลี่ยนงาน ?

      ผมก็ตอบว่าคุณจะขอเท่าไหร่ก็ได้ แต่ให้คิดว่าคุณต้องทำกำไรให้บริษัท 2.3 เท่าของเงินเดือน
บริษัทจึงจะอยู่ได้

      ถ้าเราต้องการเงินเดือน 80,000 บาท ต้องถามตนเองว่าเราสามารถทำกำไร (กำไรนะครับ ไม่ใช่ค่าจ้างที่บริษัทได้จากเจ้าของเงิน) ให้บริษัทเดือนละ 2.3 x 80,000 = 184,000 บาท ได้หรือไม่ ถ้าเราคิดหลักการแบบนี้ บริษัทก็จ้างเราได้

      ส่วนวิธีการคิดง่ายๆอย่างอื่นก็คงลำบากเพราะขึ้นกับโครงการ สำหรับวิศวกรจบใหม่ที่ต้องการเงินเดือน 15,000 บาท ก็ต้องถามว่าทำอะไรให้บริษัทได้กำไรเดือนละ 15,000 x 2.3 = 34,500 บาท (เน้นอีกทีว่าเป็นกำไรบริษัทนะครับ) ได้หรือไม่ ถ้าเข้าไปใหม่ๆ 6 เดือนแรกแทบทำอะไรไม่เป็นเลย และบางคนก็สมัครงานที่อื่นไปเรื่อยๆเพื่อปรับเงินเดือนให้สูงขึ้นทุก 6 เดือน ทุกปี แบบนี้เขาเรียกว่า jockey ครับ ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ๆเห็นประวัติรับประกันได้ว่าไม่มีบริษัทที่ฉลาดใดรับวิศวกรแบบนี้แน่

คำแนะนำของท่าน รศ.ดร.ชำนาญ ห่อเกียรติ

วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2556

5. ไมโครซอฟต์ (ประเทศไทย)  

- สวัสดิการ
     การมอบเครื่องมือที่ช่วยในการ ทำงานให้แก่พนักงานทุกคน เป็นข้อกำหนดที่ไมโครซอฟท์มีอย่างชัดเจน เช่น การแจกคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กแก่พนักงานทุกคน เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา ในคอนเซ็ปต์ Work Anywhere Anytime อย่างเช่น เมื่อครั้งที่เกิดเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ผู้บริหารไมโครซอฟท์ในไทยก็ได้ส่งอีเมลถึงพนักงานทุกคน แจ้งว่าไม่ต้องเข้าทำงานที่ออฟฟิศ ให้ทำงานที่บ้านได้ 




4. โตโยต้า (ประเทศไทย)
 

- เงินเดือน
     ผลตอบแทนจะขึ้นอยู่ตามแผนกหรือ สายงาน โดยเงินเดือนผู้จบปริญญาตรีด้านวิศวกรรม เริ่มต้นที่ 17,000-21,000 บาท ส่วนแผนกอื่นจะเริ่มต้นที่อยู่จะ 10,000-14,000 บาท การขึ้นเงินเดือนจะขึ้นอยู่ตามผลงาน
- โบนัส
     นับเป็นองค์กรที่จ่าย โบนัสสูงมาก ค่าเฉลี่ยแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 6-8 เดือน ตามผลประกอบการธุรกิจในแต่ละปี ยิ่งพนักงานประจำคนใดทำงานเกินสองปีขึ้นไป เรียกว่า นอกเงินเดือนที่ได้รับประจำแล้ว ค่าโอที หรือล่วงเวลา ยังได้โบนัสที่จะแบ่งจ่าย 2 งวด ครึ่งปี
- สวัสดิการ
     โตโยต้า ถือเป็นองค์หนึ่งที่มีความโดดเด่นด้านสวัสดิการอย่างยิ่ง โดยพนักงานโตโยต้าสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ 100% มีประกันชีวิตกลุ่ม เงินบำเหน็จ เครื่องแบบพนักงาน รถรับ-ส่งปรับอากาศบริการพนักงาน เงินกู้ซื้อบ้านและเงินกู้ฉุกเฉิน ส่วนลดพิเศษในการซื้อรถยนต์โตโยต้า อะไหล่ และบริการ ทุนการศึกษาบุตร เงินสนับสนุนการศึกษานอกเวลาทำงาน ฯลฯ
 



3. การบินไทย
- สวัสดิการ
   1. การบินไทยมีผลตอบแทนรวมแก่บุคลากรกว่า 25,000 คน (เงินเดือน ค่าครองชีพ เงินรางวัลประจำปี เบี้ยเลี้ยงเดินทาง เงินค่าล่วงเวลา ค่าใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ) เฉลี่ยปีละกว่า 30,000 ล้านบาท
   2. ศูนย์สวัสดิการฟิตเนส สระว่ายน้ำ
   3. ขอตั๋วฟรีแบบสำรองที่นั่งไม่ได้ให้แก่ตัวเอง คู่สมรสและบุตรได้ โดยสามารถขอตั๋วในประเทศ และต่างประเทศอย่างละ 1 เที่ยว (ไป-กลับ)
   4. ซื้อตั๋วแบบสำรองที่นั่งไม่ได้ในราคาถูก 10% ของราคาตั๋วปกติ แก่ตัวเอง คู่สมรสและบุตรได้ และหากอายุการทำงานเกิน 15 ปี จะสามารถขอตั๋วฟรีประเภทสำรองที่นั่งได้อีก 1 เที่ยว
   5. พนักงานที่ทำงานครบ 1 ปีขอตั๋วฟรีได้ทุกเส้นทางที่บริษัททำการบิน

- โบนัส : 3-4 เดือนต่อปี  
 
        



2. ปูนซิเมนต์ไทย
- ผลตอบแทน อัตราเงินเดือน
     ปริญญา ตรีจบใหม่ เริ่มต้น 19,000-22,000 บาท หากจบสายวิศวฯ เพิ่มอีก 3,000 บาท ปริญญาโท 22,000-25,000 บาท หากจบด้านวิศวฯ ได้เพิ่มอีก 5,000 บาท
การขึ้นเงินเดือน
*เฉลี่ยปีละ 6%
- โบนัส
* ค่าเฉลี่ยโบนัสประมาณ 4-6 เดือน 







1. ปตท.และ ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม  
- เกณฑ์การพิจารณาเบื้องต้นของบริษัท
ผู้สมัครที่จบปริญญาตรีสาขาอื่นๆ นอกจากวิศวกรรมศาสตร์ จะต้องมีคะแนนภาษาอังกฤษ TOEIC หรือ TOEFL (ปตท. จะเทียบเป็น TOEIC ให้) 550 คะแนนขึ้นไป (อายุไม่เกิน 2 ปี) และมีเกรดเฉลี่ยสะสมจาก

    * สถาบันของรัฐ 2.70 ขึ้นไป
    * มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ 2.70 ขึ้นไป
    * สถาบันเอกชน 3.00 ขึ้นไป

ผู้สมัครระดับปริญญาโทหรือเอกก็ต้องมีผลคะแนนในระดับก่อนนั้นเข้าเกณฑ์ข้าง ต้นด้วย
ผู้สมัครที่ผ่านเกณฑ์นี้จึงจะมีสิทธิถูกเรียกสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์ต่อ ไป 


- ผลตอบแทน อัตราเงินเดือน
     ด้านวิศวกรทั่วไปอัตราเงินเดือนจะอยู่ที่ 18,000 - 22,000 บาท ส่วนวิศวกรที่ออกแท่งขุดเจาะอัตราเงินเดือนจะอยู่ที่ 40,000 - 50,000 บาท

- โบนัสประมาณ 4-6 เดือน  

 

Honda และ Toyota สองค่ายรถยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น

ผมจบวิศวะมา เมื่อมีนาคม 2556(ต้นปี)  ตอนนี้ทำงานอยู่ใน 1 ใน 2 ค่ายนี้ครับ

1. ปีปีนึงรับวิศวะกรจบใหม่กี่คน ?
ตอบ    บอกไม่ได้ เพราะในคนจบใหม่ที่เขารับ  เขาก็เอาไปแข่งกับคนที่มีประสบการณ์เช่นกัน   บางตำแหน่ง เขาไม่ fix ว่าจะรับแต่คนจบใหม่ เพราะถ้าจบมานาน แถมดูน่าสนใจ  เขาก็รับแทนคนจบใหม่อยู่ดี ส่วนต่างค่าจ้างหลังพัน เขาไม่สนใจหรอกว่าต้องเอาคนวุฒิน้อยเพื่อลด cost บริษัท  เพราะงานที่เขาใช้ให้เราทำหนะ  ถ้ารับคนค่าจ้างถูกแต่ทำงานห่วย  ผล เสียมันมากกว่าส่วนต่างค่าจ้างอย่างมหาศาลครับ
แล้วทั้ง Toyota และ Honda นั้น มีแผนกภายในเยอะมาก  ไม่ได้มีแค่ R&D, maintenance, Quality แค่นั้น   มันมีแผนกเยอะมากจนผมก็จำไม่ได้เหมือนกัน ถ้าเปรียยบเทียบกับบริษัทอื่นๆ เช่น electronic บริษัทรถยนต์นั้นจะใหญ่กว่าค่อนข้างมาก  มี suppliers เยอะกว่า   แล้วยิ่ง Tกับ H ในไทย  ถือว่าเป็นที่ตั้งของ headquater ของทั้งสองที่สำหรับภูมิภาค  จบวิศวะมา  มีตำแหน่งรับสมัครเพียบ  แต่คน สมัครก็เพียบเช่นกัน
      พล่ามมาเยอะแล้ว  ถ้าถามคร่าวๆว่า น่าจะรับปีนึงกี่คน(เฉพาะตำแหน่งที่คนไม่มีปรสบการณืก็ทำได้นะ) น่าจะอยู่ที่ประมาณบริษัทละ 50-100 คน  โดยที่ 50-100 คนของ Tหรือ H นี่หมายถึงบริษัทลูกด้วยนะ  แต่ไม่นับของ supplier
      หมายความว่า Toyota motor, Siam Toyota, TMAP ทั้งหมด  เป็นต้น   หรือแม้กระทั่ง Honda ก็มีบริษัทย่อยประมาณ 10 บริษัทเช่น Thai Honda, Honda Access, Honda Automotive  คือมันมีบริษัทภายในเยอะมาก  แม้กระทั่งคนภายในก็ยังจำได้ไม่ หมด  เพราะฉะนั้น การเปิดรับสมัครงาน  มีมาเรื่อยๆ แน่นอน

2.สาขาไหนที่รับบ้าง ?
 ตอบ
-อุตสาหการ
-ไฟฟ้า
-เครื่องกล
-คอมพิวเตอร์
-วัสดุ
-Automotive
-Automation
-Mechatronics

      เอาง่ายๆ  ผมว่าเขารับได้ทุกสาขาที่เป็นวิศวะนะ  อาจจะยกเว้นเรือ วิศวะไม้ เป็นต้น เพราะว่าจบวิศวะมา  เข้าบริษัทรถยนต์แล้ว  อาจจะไม่ได้ทำงานตรงกับที่เรียนก็ ได้  เช่นจบวิศวะไฟฟ้า  แต่อาจจะไปคุมเกี่ยวกับฝ่ายทำ programming, quality engineer  ก็เป็นได้ ไม่มีอะไรตายตัว
      เพียงแต่ถ้าน้องมีดีในตัว  แล้วเขาเห็นว่าน้องทำงานให้เขาได้  เขาก็รับเอง แหละ  แต่น้องจะชอบหรือไม่ชอบกับงานนั้น  ก็ต้องอาศัยการเข้าไปทำจริงๆ

cr:http://pantip.com/topic/30691162

วันพุธที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2556


General Motor ศูนย์ผลิตรถยนต์ Chevrolet

     เจเนรัลมอเตอร์ (General Motors Corporation) หรือย่อว่า จีเอ็ม (GM) เป็นบริษัทผลิตรถยนต์จากสหรัฐอเมริกา เจ้าของยี่ห้อ บิวอิคก์ (Buick) คาดิลแลค (Cadillac), เชฟโรเลต (Chevrolet), จีเอ็มซี (GMC) ฮัมเมอร์ (Hummer), พอนทิแอค (Pontiac), แซเทิร์น (Saturn), นำเข้ารถจากยุโรปได้แก่ โอเปิ้ล (Opel), ซาบ (Saab), และ วอกซ์ฮอลล์ (Vauxhall), และยังถือหุ้นใหญ่ในโฮเดน (Holden) ซึ่งเป็นยี่ห้อรถยนต์ของออสเตรเลีย และถือหุ้นใหญ่ในกิจการรถยนต์แดวู (Daewoo) ของเกาหลีใต้อีกด้วย
     เชฟโรเล็ตและ GMC ยังผลิตรถบรรทุก จีเอ็มเองมีหุ้นในบริษัทอีซูซุและซูซูกิของประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันจีเอ็มเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก มีพนักงานประมาณ 340,000 คน

     สำหรับงานวิศวกรใน GM แล้วแต่แผนกครับ แต่ส่วนใหญ่ถือว่าหนักและกดดันพอสมควร เงืนเดือนเริ่มต้นที่ประมาณ 22000 - 25000 ซึ่งถือว่าเงินเดือนค่อนข้างสูงเทียบกับตำแหน่งงานระดับเดียวกัน ในโรงงานรถยนต์อีกแห่งหนึ่ง

สวัสดิการ
 

- วันทำงานปกติ จันทร์-ศุกร์
 

- วัน พักร้อน ได้ทันทีหลังผ่านทดลองงาน แล้วแต่เข้ามาทำงานช่วงไหนของปี (อย่างของผมหลังผ่าน-ทดลองงาน 119 วัน ได้มา 7 วัน) เริ่มต้นปีปฏิทินต่อไปได้ 10 วัน สูงสุด 14 หรือ 15 วัน ไม่แน่ใจ
โบนัส คำนวณตามวันที่เริ่มงาน ตามอัตราที่บริษัทประกาศ (มีโบนัสไม่คงที่ จ่ายทุก 3 เดือน ถ้าเริ่มงานไม่ถึง 3 เดือน ก็คำนวณตามวันเริ่มงาน กับโบนัสคงที่ จ่ายสิ้นปี)
 

- ค่าต่างจังหวัดรายเดือน คิดอัตรา 10% ของฐานเงินเดือน
 

- เบี้ยขยันรายเดือน
 

- เครื่องแบบพนักงานกับ PPE
 

- รถรับ-ส่ง ปรับอากาศ
 

- ส่วนลดซื้อรถยนต์บริษัท
 

- สิทธิ์การได้ซื้อรถยนต์ใช้แล้วของบริษัท
 

- อาหารเช้าราคาถูก อาหารกลางวันฟรี อาหารเย็นเฉพาะคนทำ O.T. ฟรี
 

- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
 

- สหกรณ์ออมทรัพย์
 

- ประกันสังคม ประกันอุบัติเหตุ ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ (ให้บัตรรักษาพยาบาล)
 

- ห้องฟิตเนส ห้องพยาบาล ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องสมุด
 

- ทุนการศึกษาบุตรพนักงาน
 

- พนักงานเรียนต่อ มีให้เบิกค่าเทอมส่วนหนึ่ง เงื่อนไขตามประกาศบริษัท
 

- กระเช้าเยี่ยมไข้
 

- มีเงินให้พนักงานจัดกิจกรรมสังสรรค์ในแผนก ปีละ 2 ครั้ง
 

- จัดงานวันครอบครัว ปีละครั้ง
 

- จัดเลี้ยงปีใหม่ ปีละครั้ง
 

- การแข่งขันกีฬา ปีละครั้ง
 

- เงินช่วยเหลืองานศพ ฌาปนกิจสงเคราะห์


 

  เรียนเพื่อเงิน ?

      ผู้ใหญ่บางคน..ยังคิดอาชีพของตัวเองยังไม่ได้  แล้วนับประสาอะไรจะให้เด็กอายุ 17 ปี จะเลือกเรียนต่อในคณะอะไรนั้นยากยิ่งนัก  และการตัดสินใจในครั้งนั้นอาจจะเปลี่ยนชีวิตของเราทั้งชีวิตไปทั้งชีวิต

     ในอเมริกา เด็กนักเรียนจะไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกสายไหนจนกว่าคนนั้นขึ้นปี 3 ของมหาลัย  ปี 3 นักเรียนจะอายุประมาณ 20-21 ซึ่งมีความคิดความอ่านและการเข้าใจชีวิตมากกว่าตอนเด็ก  นักเรียนจะเข้าใจตัวเองมากขึ้น รวามทั้งเข้าใจในสิ่งที่นักเรียนชอบ และในสิ่งที่นักเรียนไม่ชอบ
     อายุ 17 ปี…ก็จะรู้...เท่าเด็กที่ผ่านโลกมาแค่นี้  จะเป็นอาชีพอะไร ก็ได้แต่ดูพ่อแม่ พี่น้อง ญาติ ว่าแต่ละคนทำงานอะไร–ก็แค่นั้น  ก่อน ที่เราจะตัดสินใจอย่างไร ขอแนะนำว่าให้เราคิดให้มาก คิดให้เยอะ คิดให้ลึก หาข้อมูล google ถามประสบการณ์จริงจากผู้รุ้ ไปค่ายคณะต่างๆ ดูรายการสัมภาษณ์คนดัง เช่น the IDOL  ใน youtube ก็ได้  เพราะงานที่เรานึกว่าดี อาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิดไว้ก็ได้  หรืออย่างบางอาชีพที่ไม่น่าสนใจเลย แต่พอศึกษาดีๆแล้ว โอ๋พระเจ้ามันยอดมาก นี่อาชีพที่เราตามหามาทั้งชีวิต

 

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด…คือ..อย่าเลือกเพราะเงิน


     ครูเคยถามนักเรียนหลายคน ว่าอยากเป็นอะไร เพราะอะไร…หลายคนตอบว่า  อยากเป็นหมอ เพราะเงินดี 
     เคยรู้มั้ย..ว่างานหมอต้องทนกับอะไรบ้าง  ความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่  งานอยู่กับความเจ็บปวด และความตาย  ความเหนื่อยล้า  ฉากเบื้องหลังนี้..ไม่มีใครสนใจ  ทั้งๆที่ต้องเจอมันทั้งวัน แต่พอรับเงินเดือน..ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที…
     ใช่..เงินสำคัญ  เงินช่วยให้ทุกๆ อย่างง่ายขึ้น ชีวิตดีขึ้น แต่เราต้องหันมามองทางกลับกันว่าเงินที่เราได้มา เราโอเคมั้ยกับงานที่เราทำ  ถึงเราได้เงินเยอะ แต่ถ้าเราเครียด เกลียดงาน ซักวันไม่สุขภาพเราจะเสื่อมลง หรือไม่เราก็จะทำงานนั้นได้ไม่ตลอดรอดฝั่ง

 

ชีวิตคนนั้น…สั้นนัก


     ถ้าเราจะเอาแรง เอาเวลาที่มีค่า ที่เราไม่สามารถเอาคืนมาได้นั้น มาแลกกับเงิน..จงเลือกงานที่เราพอใจดีกว่า เพราะว่า…ไม่ว่าเราจะทำงานอะไรในโลกนี้ ถ้าเป็นสิ่งที่เราชอบ  เราจะรู้สึกเหมือนไม่ได้ทำงานเลย  นับวันเราจะเก่งขึ้น แล้วรู้มั้ยอะไรจะเกิดขึ้น…เงินก็จะไหลมา เทมา

เพราะฉะนั้น…ขอฝากบอกนักเรียนที่กำลังตัดสินใจกับสื่งที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต..กลับมาดูตัวเราเอง..ทำความเข้าใจกับความรู้สึกของเรา…

ในอดีตเราเคยเป็นยังไงมันไม่สำคัญ เท่ากับ ในอนาคตเราเลือกที่จะเป็นอย่างไร

cr:http://unigang.com
“ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น” 

   วันนี้ผมจะมานำเสมอมุมมองต่างๆจากคนภายนอกว่าเมื่อได้ยินคำว่าศิลปากร แล้วสิ่งที่พวกเขาจะนึกถึงหรือกล่าวถึงคืออะไร
 
- มหาวิทยาลัยแห่งความ เซอร์ !!..ความแนว!!...ความart!! ของเหล่าปัญญาชนคนไทย ก็คงจะหนีไม่พ้นที่นี่แน่นอน
 
-ชื่อเสียงด้าน ศิลปะแขนงต่างๆ ส่วนใหญ่ล้วน มีต้นตอมาจาก ศิลปากรแทบทั้งนั้น

- ความเป็นศิลปากร ดึงดูดผู้คนผู้มีใจรักในศิลปะแขนงต่างๆให้ ent มาเข้าที่นี่กันเยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็นคณะ
อักษร ศิลปศาสตร์ สถาปัตย์
และอื่นๆ
 
- คะแนน ent นั้นไม่ได้สูงลิบ แต่ก็ไม่ได้ต่ำเตี้ย ถือว่าอยู่ในระดับเดียวกับ เครือพระจอมเกล้าเลย (แต่คนละสาขากัน)

- ความไกลถือเป็นอุปสรรคอีกอย่างที่ หลายๆคนอาจจะไม่เข้าเรียนที่นี่ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคเลยสำหรับผู้มีใจรักในความ art ทั่วประเทศไทย

- มหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นมหาวิทยาลัยที่มีคณะ-สาขาวิชาทางด้านศิลปะมากที่สุดของประเทศไทย

- ศิลปินแห่งชาติทางด้านศิลปะกว่าครึ่งจบจากมหาวิทยาลัยศิลปากร



 look ของเด็กที่นี่

- โห แม่งศิลปากรหวะ !! (เด็กศิลป์)

- เด็กแนว

- เด็กเซอร์

- จิตรกรแหง๋!
 

3 พระจอมเกล้า

     วันนี้ผมจะมานำเสมอมุมมองต่างๆจากคนภายนอกว่าเมื่อได้ยินคำว่า 3 พระจอมเกล้า แล้วสิ่งที่พวกเขาจะนึกถึงหรือกล่าวถึงคืออะไร

พระจอมเกล้า = วิศวะ , วิศวะ = พระจอมเกล้า

     เป็นคำพูดที่ใครหลายคนคงคุ้นหูกันเป็นอย่างดี เกี่ยวกับชื่อเสียง ทางวิศวกรรมศาสตร์ (ภาคปฎิบัติ) และ เทคโนโลยีของ 3พระจอม

     พระจอมเกล้าเป็นเครือ ของสถาบัน3แห่ง มีชื่อเสียงด้านวิศวกรรมศาสตร์ และเทคโยโลยี มาช้านานแม้ จะไม่เป็นที่กรี๊ดกร้าด เท่า เกษตรศาสตร์ หรือ จุฬา แต่ก็ไม่ใช่เพราะไม่ดี เพียงแต่ เป็นสถาบันเฉพาะทางซึ่งจะรู้จักกันในหมู่คนในวงการซะส่วนใหญ่

จะขอเริ่มทีละแห่งเลยนะครับ



บางมด (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี)

     พระจอมเกล้าธนบุรี เมื่อก่อนนั้นเป็นเพียงวิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่ง ภายหลังได้แปลงสภาพเป็น "สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี" หรือที่เรียกกันติด ปากว่า "บางมด" และสุดท้ายก็แปลงสภาพเป็น

"มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี" ในที่สุด (แต่ก็ยังเรียกว่า บางมดอยู่ดี)

- บางมด เป็น สถาบันแห่งแรกใรเครือพระจอมเกล้า

- มีบุคลากรคุณภาพด้านวิศวกรรมมากมาย

- และปัจจุบัน นั้น เป็นที่กล่าวขวัญว่า "ค่าเทอมแพง" เพราะเป็นมหาวิทยาลัยรัฐ ที่ออกนอกระบบเป็นแห่งแรกนั่นเอง

- และมีคำเล่าขานถึงความ "เก่ง" ในด้าน "ปฎิบัติ" ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของ เครือ 3 พระจอมอยู่แล้ว

- เด็กที่จบมาเป็นที่ต้องการตัวของบริษัทต่างๆที่มีความเกี่ยวข้องกับสาขานี้

- สิ่งที่โดดเด่นของบางมด นอกจากจะเป็นวิศวกรรมศาสตร์ และเทคโยลยีแล้วก็เห็นจะหนีไม่พ้น "FIBO" หรือ สถาบันวิจัยด้าน "หุ่นยนต์" ที่มี ดร.ชิต เป็นผู้อำนวยการ

- คะแนนของบางมดตอน ent นั้นถือว่า ไม่สูงเลยเมื่อเทียบกับที่อื่นๆ คนที่เรียนดีแต่ไม่ต้องเก่งมาก ก็สามารถสอบเข้าที่นี่ได้

look ของนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งนี้

-ช่างกลนี่หว่า!! (เวรกรรม!)

-เด็กวิดวะ นี่หว่า !! (เออดีขึ้นหน่อย)

-เด็กตั้งใจเรียน (เฮ้อ ค่อยยังชั่ว)



ลาดกระบัง (สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง)



- ลาดกระบังถือว่าเป็น สถาบันที่มีชื่อเสียง ด้านวิศวกรรมศาสตร์ ไล่เลี่ยกันกับบางมดมาโดยตลอด
แต่หลังๆนี่ดูจะดังกว่า เพราะมีผลงานด้านวิชาการ เยอะมากกว่า

- เด็กที่จบจากวิศวะลาดกระบัง ถือเป็น "บุคลากรชั้นเยี่ยมด้านวิศวกรรมศาสตร์" เป็นที่ต้องการตัว ตามบริษัทต่างๆมากมาย

- วิศวะลาดกระบังผลิตนักศึกษา ที่จบแล้วไปต่อ มหาวิทยาลัยที่สหรัฐอเมริกาที่มีชื่อเสียงได้เยอะไล่เลี่ยกับ จุฬา ไม่ว่าจะเป็น Berkley , MIT ..etc

- วิศวะลาดกระบังนั้นค่อนข้างมีคะแนน สอบเข้า ที่สูงเมื่อเทียบกับคณะวิศวะ มหาวิทยาลัยอื่น จะน้อยกว่าก็แค่ จุฬาเท่านั้น

- แน่อนนว่า วิศวกรรม ลาดกระบัง มีชื่อเสียงด้าน "ภาคปฎิบัติ" อันเป็นชื่อเสียงของ วิศวพระจอมเกล้ามาช้านานอยู่แล้ว


look ของนักศึกษามหาวิทยาลัยนี้

- เหมือนบางมด .. แต่ดูบ้านนอกน้อยกว่า( มั้ง)



พระนครเหนือ (สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ)


- เหมือนลาดกระบังกับบางมด ในด้านความเก่งดานภาคปฎิบัติของวิศวกรรมศาสตร์ มีอาจารย์เก่งๆอาศัยอยู่ที่นี่มากมาย แต่ไม่รู้ทำไม ว่าคะแนนที่สอบเข้าที่นี่จึงน้อยกว่า สถาบันทั้งสองข้างบน (อาจจะเพราะอยู่ไกล)

- สิ่งที่สร้างชื่อเสียงให้พระนครเหนือ มากที่สุดหลังก็คือ "หุ่นยนต์" นั่นเอง

- เมื่อมีการแข่งขัน ด้านหุ่นยนต์ในไทย นักศึกษาพระนครเหนือ ต้องติดอันดับ คนเข้าชิงชนะเลิศ หรือว่าแถวๆนั้นตลอด

- และหลายครั้งที่คว้าชัยชนะครับมา เป็นการตอกย้ำความเก่ง ด้านหุ่นยนต์ ที่จะดังแซงบางมดไปเลยทีเดียว


look ของเด็กที่นี่

- เหมือนลาดกระบังกับบางมด แต่ดูบ้านนอกมากกว่า (มั้ง) 

วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2556

"ปัญญาของแผ่นดิน"
   
     วันนี้ผมจะมานำเสมอมุมมองต่างๆจากคนภายนอกว่าเมื่อได้ยินคำว่ามหิดล แล้วสิ่งที่พวกเขาจะนึกถึงหรือกล่าวถึงคืออะไร

- มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปถึงเมืองนอกเรื่อง "การแพทย์"

- ในสมัยก่อน (จนถึงสมัยนี้) ก็ยังคงความเป็นมหาวิทยาลัย แห่งความเป็น "วิทยาศาสตร์" ได้อย่างดีมาตลอด

- แม้ว่าคะแนน ent ที่สอบเข้า จุฬา หรือ ธรรมศาสตร์ ในคณะต่างๆจะมาเป็นอันดับ 1 , 2 ตลอด แต่ถ้าเป็นคณะ "แพทย์" ของที่นี่รับรองว่าความนิยมสูงที่สุดมาเสมอครับ เป็นที่ใฝ่ฝันของ สุดยอดนักเรียนทั่วประเทศไทย

- ผลงานทางวิชาการมีออกมามากมาย และแน่นอนว่าอยู่ในสาขาวิทยาศาสตร์ หรือ การแพทย์แทบทั้งนั้น

- โรงพยาบาล รามา และ ศิริราช เป็นโรงพยาบาลซึ่งเป็นเสมือนตัวแทนของมหาวิทยาลัยนี้มาช้านาน

- อาจาร์ยหมอเก่งๆ และ เทคโนโลยีที่ทันสมัย อยู่ในโรงพยาบาลที่ว่านี้


- มหิดลวิทยาเขตศาลายาสวยมาก หลายๆคนพูดแบบนี้ทั้งนั้น

- ผู้นำด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์สายสุขภาพของประเทศไทย

- แพทย์ ทันตแพทย์ เถสัช พยาบาล เทคนิคการแพทย์ ในโรงพยาบาลรัฐใหญ่ๆนี่ศิษย์เก่ามหิดลทั้งนั้น



  "รูปพิธีถวายสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบรมราชชนก"

look ของนักศึกษามหาวิทยาลัยนี้

- เรียนเก่งมาก


- เด็กเรียน

- เด็กเรียบร้อย
 

- บ้านนนอก 

- คุณหมอ

 

วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2556

"เด็กเกษตรติดดิน"

      วันนี้ผมจะมานำเสมอมุมมองต่างๆจากคนภายนอกว่าเมื่อได้ยินคำว่าเกษตรศาสตร์แล้วสิ่งที่พวกเขาจะนึกถึงหรือกล่าวถึงคืออะไร

- มหาวิทยาลัยสีเขียวขจี มีพื้นที่กว้างใหญ่ และเป็นมหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งเป็นลำดับต้นๆของประเทศไทย
 
- บรรยากาศที่ร่มรื่นไม่แพ้ใครของ เกษตร บ่งบอกถึงชื่อมหาวิทยาลัยของเขาเป็นอย่างดี

- เด็กเกษตรต้องรักป่าไม้ ชอบสีเขียว

- พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ในย่านบางเขน 

- เด็กเกษตรต้องมีความรู้เกี่ยวกับการเกษตร ไม่ว่าจะอยู่คณะไหนก็ตาม

- มีทั้งไฮโซและลูกชาวบ้านป่ะปนกันไป แต่ส่วนใหญ่เป็นเด็กในเมือง

- เดินทางลำบาก รถติดแน่ๆ

- ตราพระพิรุณทรงนาคนี่มันก็เท่ดีนะ

- ที่เกษตรนั้นแม้จะไม่มีความโดดเด่นด้านใดเป็นพิเศษ แต่ก็ถือเป็นมหาวทิยาลัยอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่รักจะเรียนใน สาขาวิทย์ๆ

- หลายๆ ครั้งที่เกษตรมักจะถูกกล่าวถึงว่ามีความชำนาญด้าน "คอมพิวเตอร์ " เพราะอาจารย์ ที่สอนคอมพิวเตอร์โอลิมปิกส่วนใหญ่มาจาก เกษตรทั้งนั้น

- คะแนนที่สอบเข้ามาในยุคต่างๆนั้นแตกต่างกันออกไป แม้ว่าจะไม่สูงเท่าจุฬาหรือ ธรรมศาสตร์แต่ก็จัดอยู่ในอันดับที่เรียกว่า "สูง" มหาวิทยาลัยหนึ่งทีเดียวสำหรับคณะ ที่เกี่ยวกับวิศวะ หรือ วิทยาศาสตร์
 
 
เด็กเกษตรในชุดนักศึกษา

look ของนักศึกษา มหาวิทยาลัยนี้

- เคร่งวินัย

- เรียนเก่ง

- บ้านนอก

- รักป่า รักสัตว์

     ถึงยังไงเด็กเกษตรก็เป็นเด็กที่เก่งอันดับต้นๆของประเทศ ถึงจะเป็นรองบางที่ แต่ก็เหนือกว่าอีกหลายๆที่ก็แล้วกัน

 
      
"เสรีภาพทุตารางนิ้ว "

     วันนี้ผมจะมานำเสมอมุมมองต่างๆจากคนภายนอกว่าเมื่อได้ยินคำว่าธรรมศาสตร์แล้วสิ่งที่พวกเขาจะนึกถึงหรือกล่าวถึงคืออะไร

- "ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะ ธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน " คือ คำขวัญประจำหัวใจของชาวธรรมศาสตร์ทุกคนไม่ว่าจะเป็น อาจารย์ หรือ นักศึกษา

- เสรีภาพทุกตารางนิ้วบนดินแดนของมหาวิทยาลัยธรมมศาสตร์

- มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ และมีชื่อเสียงมาช้านาน จนแทบจะเป็นตำนานของเมืองไทย

- นักศึกษามีความคิดเห็นที่แตกต่าง และมีการโต้เถียงกันเป็นประจำ

- การใส่ชุดไปรเวทที่สุภาพไปเรียน จนแยกไม่ออกว่าคนไหนบ้างคือนักศึกษาของมหาลัย

- เป็นคู่แข่งกับจุฬา เนื่องจากงานบอลประเพณี

- อาจารย์เก่งกฎหมาย เนื่องจากเห็นในทีวีบ่อย

- ความเป็นธรรมศาสตร์ที่โดดเด่นและทำให้ธรรมศาสตร์มีคะแนนนิยมไม่แพ้จุฬา เลยก็คือ ความมีชื่อเสียงด้าน"การเมือง(รัฐศาสตร์)" "นิติศาสตร์" และ "เศรษฐศาสตร์" ที่สั่งสมมาตั้งแต่ สมัย 14 ตุลา

- บทบาททางการเมืองเป็นสิ่งสำคัญ ที่สุดสำหรับธรรมศาสตร์ เวลามีเหตุการณ์ทางการเมืองครั้งไหน เผลอเป็นไม่ได้ก็จะเห็น อาจาร์ยของธรรมศาสตร์เข้ามามีบทบาททุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นในแง่นักวิชาการ หรือ นักการเมือง

- นักวิชาการ หรือ อาจารย์ ของธรรมศาสตร์ ในปัจจุบันตอนนี้ที่โดดเด่นที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นการประกาศเป็นศัตรูกับรัฐบาลอย่างโจ่งแจ้ง

- อาจารย์หลายท่าน มีบทบาทมากเหลือเกิน จนหลายๆครั้งมองว่าเป็นพวก "บ้าอุดมการณ์" ด้วยซ้ำไป 

- นักศึกษาหลายต่อหลายคนมีอุดมการณ์ที่แน่วแน่มาก เนื่องจากซึมซับมาจากอาจานย์

- สำหรับ นักศึกษานั้น แน่นอนว่า มี look ของเหล่า"ผู้คงแก่เรียน" แม้จะไม่เท่าจุฬา แต่คะแนน ในแต่ละคณะของธรรมศาสตร์จัดว่าอยู่ในเกณฑ์สูงเช่นกัน แต่ ในคณะทางสายวิทย์ นั้นจะสูงไม่เท่าจุฬา แต่ในทางด้านสาขาที่ไม่เกี่ยวกับ วิทยาศาสตร์ แทบทุกคณะจะมีคะแนนลิบลิ่วไม่แพ้จุฬาเลยครับ



 นักศึกษา มธ ในชุดงานบอลประเพณี

look ของนักศึกษา มหาวิทยาลัยนี้ในสายตาคนภายนอก ก็คงจะหนีไม่พ้น

- เฮฮา

- บ้าการเมือง

- เก่งปรัชญา

- หัวดีเรียนเก่ง

- มั่นใจในตนเอง

- ผู้หญิงสวย เพราะแต่งหน้าแต่งตัวจัดเต็ม

- ลูกคุณหนูบ้าง ชาวบ้านบ้างปะปนกันไป

- รักในเสรีภาพ และอิสระในการแต่งกาย

- ความคิดแตกต่าง แปลก แหวกแนว


     แน่นอนว่าธรรมศาสตร์ก็ยังคงเป็นมหาวิทยาลัยที่เด็กไทยใฝ่ฝันจะเข้าหรือเป็นเป้าหมายของการกวดวิชา ไล่ตามมาติดๆกับจุฬาเลยทีเดียวครับ

ปล.เป็นความคิดเห็นและมุมองส่วนตัวนะครับ

ศูนย์รวมเด็กเก่งของประเทศ

     วันนี้ผมจะมานำเสมอมุมมองต่างๆจากคนภายนอกว่าเมื่อได้ยินคำว่าจุฬาแล้วสิ่งที่พวกเขาจะนึกถึงหรือกล่าวถึงคืออะไร

- เป็นมหาลัยแห่งแรกในประเทศไทย

- มหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงด้านวิชาการมาช้านาน

- สีชมพู ซึ่งเป็นสีประจำมหาวิทยาลัย บ่งบอกถึงความอ่อนโยน

- เป็นคู่แข่งกับธรรมศาสตร์ เนื่องจากงานบอลประเพณี

- เป็นกำลังสำคัญในการผลิตบุคลากรในอนาคตของประเทศชาติ

- ความฝันของเด็กนักเรียนหลายๆคนกำลังจะเข้ามหาลัย

- ในสายตาคนภายนอก ทั้งอาจารย์และนิสิต มหาวิทยาลัยนี้ ถือได้ว่าเป็นบุคลากรชั้น "หัวกระทิ" มิใช่มาจากผลงานด้านวิชาการที่โดดเด่นระดับโลกหรอก แต่มาจากคะแนนที่สูงลิบลิ่ว ติดเพดานบนของแทบจะ "ทุกคณะ" ส่งผลให้ ความเป็น "จุฬา" คือตัวแทนของ "คนฉลาด" หรือ พวกหัวดีในทุกสาขาสำหรับสายตาคนทั่วไป

- เด็กจากทั่วทุกสารทิศต่างกวดวิชากันเต็มอัตราศึกเพื่อเข้า จุฬา ที่เป็นตัวแทนแห่งความสูงส่งด้านวิชาการ

- เด็กที่จบจากจุฬา แล้วไปต่อ มหาวิทยาลัยดังๆที่ อเมริกานั้นเยอะมาก เมื่อเทียบกับที่อื่นไม่ว่าจะเป็น

Berkley , Caltech , Havard ...etc


สาวๆจุฬาในชุดนักศึกษา

     look ของนักศึกษามหาวิทยาลัยนี้ในสายตาคนนอกก็จะมีอยู่หลายแบบคือ

- หัวกระทิระดับประเทศ

- ไฮโซ ลูกคนรวย

- อีโก้สูง

- เด็กเรียน เคร่งเครียดในการเรียน

- เรียบร้อย การแต่งการต้องเป๊ะตั้งแต่หัวจรดเท้า

- ผู้หญิงสวย เก่ง หยิ่ง

- ลูกคุณหนู ทำงานลำบากไม่ได้

     ไม่ต้องอธิบายกันให้มากความนะครับสำหรับ สุดยอดสถาบันเด็กเรียนแห่งนี้ มีเท่านี้นะครับสำหรับจุฬา

ปล.เป็นความคิดเห็นและมุมองส่วนตัวนะครับ


View My Blog
Subscribe to RSS Feed Follow me on Twitter!