วันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2556



"วิศวกรรมชีวการแพทย์ medical engineering"

สายงานที่รองรับ

1. เรียนต่อ
     ตอนนี้ในประเทศมีหลายที่ให้นักศึกษาสามารถศึกษาต่อได้ อย่างที่มหิดลมีหลักสูตร ป.โท และกำลังจะเปิด ป. เอก และยังมีที่อื่นๆอีกหลายที่เช่น จุฬา บางมด เชียงใหม่ ลาดกระบัง สงขลา ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าสาขานี้กำลังเริ่มเป็นที่รู้จักกัน อย่างเด็กที่จบจาก ป. โท จากสาขานี้ยังไม่ตกงานสักคน และมีบริษัทจากที่ฮ่องกงโทรมาถามว่ามีเด็กจบออกไปอีกไหม อยากได้มาทำงานที่บริษัท และถ้าจะไปเรียนต่อต่างประเทศ สาขานี้มีที่ให้น้องเรียนต่อได้มากมาย  สาขาวิชานี้เป็นที่สนใจอย่างมากในต่างประเทศทีเดียวค่ะ  ไปดูหลักสูตรในต่างประเทศ เปิดกันเยอะมากเลยค่ะ แทบจะทุกมหาวิทยาลัย

2. ทำงาน
2.1 ทำงานบริษัทและโรงพยาบาล
    เนื่องจากความรู้ที่เราได้ศึกษาจากสาขานี้เน้นการพัฒนาเทคโนโลยีได้เอง จึงแตกต่างจากการไปเรียนรู้แค่การใช้งานเครื่องมือเหมือนในสาขาอื่นๆ อย่างสาขาพวกอุปกรณ์การแพทย์ หรือเทคนิคการแพทย์นั้น นักศึกษาจะได้เรียนรู้ว่าเครื่องมือแพทย์นั้นทำงานอะไร แล้วใช้อย่างไร แต่ถ้าจบจากสาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์จะทราบถึงการทำงาน และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือเหล่านั้นเพื่อให้เราสามารถพัฒนาและ ปรับปรุงเครื่องมือเหล่านั้นได้เอง กล่าวคือเราสามารถสร้างและผลิตอุปกรณ์ที่ทำงานลักษณะนั้นได้เอง โดยลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศ เพราะฉะนั้นงานที่รองรับนักศึกษา นอกจากจะมีบริษัทด้านการผลิตอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ บริษัทด้านยา ทั้งฝ่ายผลิต ฝ่ายพัฒนางานวิจัย(R&D) ฝ่ายขายผลิตภัณฑ์ ฝ่ายซ่อมบำรุง ฝ่ายจัดการระบบและเทคโนโลยี ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญในการผลิต

2.2 เปิดบริษัทผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์เอง เพราะขณะนี้ตลาดด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์ในประเทศเป็นที่ต้องการสูงมาก เนื่องจากเราต้องนำเข้าเครื่องมือแพทย์มาซึ่งมีราคาแพง

2.3 ถ้าผู้เรียนชอบในสายวิชาการ ก็ทำงานตามศูนย์วิจัยซึ่งมีมากมายในปัจุบัน ทั้งส่วนของโรงพยาบาลและของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นmtec, nectec,biotec หรือศูนย์วิจัยจุฬาภรณ์เป็นต้น

     เรื่องงานก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีน้องๆถามกันมามาก พี่ก็จะขอตอบเอาไว้ตรงนี้เลยแล้วกันนะคะ
เรา ต้องยอมรับว่าสาขานี้เป็นสาขาที่ใหม่มากในประเทศไทย ถ้าเราจะไปหาข้อมูลตามบริษัทที่รับแล้วล่ะก็มีน้อยมากหรือแทบจะไม่มีเลยที่ จะ required วิศวกรรมชีวการแพทย์ เพราะสาขานี้ยังใหม่และไม่เป็นที่รู้จักมากนักสำหรับคนไทย ซึ่งในส่วนนี้ทางเราก็กำลังดำเนินการประชาสัมพันธ์กันอยู่ อีกทั้งบริษัท อุปกรณ์การแพทย์ที่ตั้งอยู่ในไทยส่วนใหญ่จะทำหน้าที่เป็นเพียงบริษัทนำเข้า และจัดจำหน่ายเท่านั้น บริษัทส่วนใหญ่จึงไม่ได้จำเป็นจะต้อง required สาขานี้โดยตรง อาจจ้างวิศวกรไฟฟ้ามาแล้วนำเข้าอบรมเรื่องอุปกรณ์การแพทย์เพื่อทำงานในด้าน การซ่อมแซมแทนก็ได้ และที่สำคัญคือ ในขณะนี้ยังไม่มีจำนวนคนที่จะสามารถป้อนให้กับตลาดแรงงานได้มากนักจึงไม่ ต้องหวังจะเห็นชื่อสาขานี้โดยทั่วไป
   
     แต่หากมองในมุมกลับกัน ในเมื่อตอนนี้ตลาดยังว่าง แปลว่าไม่มีคู่แข่ง ถ้าเรามีประสิทธิภาพมากพอที่จะทำให้เค้ารับเราเข้าทำงานได้ เราก็ชนะได้สบายๆ เพราะทางบริษัทก็จะไม่ต้องเสียเงินไปกับการอบรมพนักงานโดยไม่จำเป็น และยังมีความเข้าใจในภาพรวมทั้งเรื่องของสุขภาพของคนและเทคโนโลยีอีกด้วย

     สำหรับตลาดต่างประเทศ biomed เป็นที่ต้องการสูง ยิ่งเทคโนโลยีด้านอื่นก้าวเร็วเท่าไร biomedก็ยิ่งต้องล้ำกว่านั้นเพราะส่งผลถึงสุขภาพ คุณภาพชีวิต และอายุขัยของประชากรในUSA Biomedical Engineerนั้นเคยขึ้นเป็น rank ที่ 3 ของอันดับเงินเดือนทุกสาขาของวิศวกร

     ทั้งหมดนี้ก็เป็นรายละเอียดคร่าวๆ สำหรับน้องๆที่สนใจในสาขานี้ ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ


cr:http://biomedthai.blogspot.com/

วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2556

   
  Biomedical Engineering
   
  วิศวกรรมชีวการแพทย์เป็นสาขาที่เปิดกว้างสำหรับผู้ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่พร้อมจะประยุกต์มาใช้งานจริงให้เกิดประโยชน์และมีคุณค่า โดยที่นักศึกษาจะสามารถเลือกสิ่งที่ตนถนัดมาใช้ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการศึกษาและทำงาน แต่ก็ต้องยอมรับนะคะว่าสาขานี้ยังใหม่มากในประเทศไทย
                 
     มีน้องๆถามเข้ามาเสมอเลยว่า ยากไหมคะ?  ขอบอกเลยนะคะว่ายาก เพราะต้องรู้หลายๆด้าน มีความรู้แค่มุมใดมุมหนึ่งก็สร้างเครื่องมือได้ไม่มีประสิทธิภาพ  ถ้าน้องๆคนไหนที่อยากจะสร้างเครื่องมือเป็นของตัวเอง หรือวิจัยการรักษาใหม่ๆแล้ว ก็ต้องทุ่มเทและให้เวลากับมันจริงๆ ถ้าใครยังไม่เทใจให้กับศาสตร์นี้เต็มร้อยล่ะก็ พี่แนะนำให้ไปเรียนวิศวกรรมสาขาอื่นที่สนใจ หรือเรียนคณะทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขก่อนก็ได้ค่ะ ลองดูว่าอะไรคือสิ่งที่ตัวเองสนใจนะคะ


วิชาที่เรียน  ที่แน่นอนว่าจะต้องไม่ธรรมดา เป็นวิศวะ ชีวการแพทย์ ก็ต้องเรียนวิศวะ เสริมด้วยชีวะ และเรื่องการแพทย์แน่ๆ

. . เรื่องราวของชาววิศวะเลยโดนจับโยงเข้าสู่ร่างกายตัวเอง . .

     อย่างเช่น การหาความต้านทานไฟฟ้าของร่างกายมนุษย์  หาความต่างศักย์ในเซลล์ การศึกษาของไหลในเส้นเลือดของคน ฟิสิกส์ที่หาแรงตึงเชือกกัน เราก็มาหาแรงที่กล้ามเนื้อมัดนี้มัดนั้นออกแรงในการยกของ เป็นต้น แต่ว่าพื้นฐานก็ต้องเรียนเหมือนๆกันนะคะ เพียงแต่การประยุกต์ใช้งานจะต่างกัน การเรียนของเรานั้นได้รับความร่วมมือจากหลายคณะของมหาวิทยาลัยมหิดลหลักๆก็จะเป็นคณะวิทยาศาสตร์ ในเรื่องการเรียนการสอนวิชาพื้นฐาน และการทดลองคณะแพทยศาสตร์(ที่มหิดลมีหมอถึง 3 คณะ คือ ศิริราช รามา วชิระ และ 4 สถาบันร่วมของ พระบรมราชชนก) ในเรื่องของข้อมูลเชิงการรักษา การปรึกษาเนื่องจากหมอเป็นผู้ใช้เครื่องมือจริงในการปฏิบัติงาน และคำแนะนำเกี่ยวกับคนไข้

คณะสัตวแพทยศาสคร์ เกี่ยวกับสัตว์ทดลองที่ต้องทดสอบการใช้งานของเครื่องมือ

คณะเภสัชฯ เรื่องยาและระบบนำส่งยา

คณะเทคนิคการแพทย์ ในการร่วมมือการวิจัย

และคณะอื่นๆ อีกมากมาย

     อย่างที่ทราบกันดีว่ามหาวิทยาลัยมหิดลเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในด้าน การแพทย์มาอย่างยาวนาน มหาวิทยาลัยก็ได้ให้การสนับสนุนทางภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์เป็นอย่างดี เพื่อให้มีการพัฒนาในด้านการแพทย์ต่อไปให้ทันต่างประเทศค่ะ ในมหาวิทยาลัยต่างประเทศหลายๆที่ ก็จะเปิดสาขานี้อยู่ในโรงเรียนแพทย์เลยนะคะ

ในแต่ละปีก็จะเรียนวิชาต่างๆดังนี้

ปี 1
วิชาที่เรียนรวมกันทั้งชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัย
- วิชาศึกษาทั่วไป (สังคม)
- ภาษาไทยและอังกฤษ
วิชาที่เรียนกันทั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์
- Calculus                                        แคลคูลัส
- Ordinary Differential Equation        สมการเชิงอนุพันธ์
- Physics 1 และ 2                             ฟิสิกส์
- Computer Programming                 โปรแกรมภาษาซี
- Basic Engineering Practice             ปฎิบัติการหรือworkshop
- Engineering Drawing                     เขียนแบบวิศวกรรม

ปี 2
วิชาคณะวิทยาศาสตร์ที่ภาควิชาอื่นๆไม่ได้เรียนค่ะ
- Foundation of  Life               ชีววิทยา
- Organic Chemistry               เคมีอินทรีย์
- Anatomy                             กายวิภาคศาสตร์
- Physiology                           สรีรวิทยา
วิชาของชาววิศวะ และวิศวกรรมไฟฟ้า
- Engineering Maths               เลขของชาววิศวะ
- Meterials                             วัสดุวิศวกรรม
- Probability                           ความน่าจะเป็น
- Electric Circuit Analysis        การวิเคราะห์วงจรไฟฟ้า
- Introduction to Biomedical Eng.
- Biomechanics 1 และ 2          ชีวกลศาสตร์
- Computational Methods for Biomedical Eng.    วิธีคำนวณสำหรับชาวbiomed
- Electronics in Medicine         อิเล็กทรอนิกส์ทางการแพทย์
- Biomedical Eng. Lab 1        

ปี 3
วิชาของภาคแทบทั้งหมดเลยล่ะคะ
- Biochemistry                                                    ชีวเคมี
- Biomedical Eng. Lab 2
- Biomedical Measurement & instrumentation      การวัดและเครื่องมือวัดทางชีวการแพทย์
- Biomedical Signals & Systems                           ระบบและสัญญาณทางชีวการแพทย์
- Biomedical Thermodynamics                             อุณหพลศาสตร์ทางชีวการแพทย์
- Control systems                                                ระบบควบคุม
- Design for Biomedical Engineering                     การออกแบบสำหรับวิศวกรรมชีวการแพทย์
- Digital Systems & Microprocessors                    ระบบดิจิตอลและไมโครโพรเซสเซอร์
- Introduction to Biomaterials & Biocompatility     ชีววัสดุและการใช้แทนกันได้ทางชีววิทยาขั้นแนะนำ
- Philosophy, Ethics & Laws for Engineers            ปรัชญา,จรรยาบรรณและกฎหมายสำหรับวิศวกร
- วิชาเลือกเสรี

Summer ปี 3   เราจะต้องไปฝึกงานกันค่ะ

ปี4     
- เลือกวิชาตามสาขา แล้วก็ทำ project

     การเรียนของเราไม่เพียงแต่เข้มข้น ถึงน้ำถึงเนื้อถึงกระดูกเท่านั้นนะคะ แต่ยังมีกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้และเสริมความคิดนอกห้องเรียนด้วย project หลากหลายและ การเข้า lab ของอาจารย์แต่ละท่านด้วยค่ะ
             
 

cr: http://biomedthai.blogspot.com/

วันพุธที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2556

     วันนี้เรามาดู 5 มหาวิทยาลัยที่ถือว่าเป็นระดับแนวหน้าของประเทศไทยในด้านของวิศวกรรมศาสตร์ ภาคอินเตอร์ ว่าใช้คะแนนอะไรบ้าง เป็นอัตราส่วนเท่าไร จะได้เตรียมตัวสอบกันถูก
 

รับตรงวิศวะอินเตอร์จุฬา
     รับสมัครช่วง ก.พ.   เกณฑ์การรับสมัครออกช่วงปลายปี  ส่วนรอบ2ออกหลังจากadmission จบ [รอติดตามข่าวดีๆ]  ใช้คะแนน วิชาอังกฤษ คณิต วิทย์ จากการสอบที่ทางจุฬาระบุไว้ยื่นพิจารณาครับ ซึ่งมีจัดสอบหลายรอบใน1ปี เช่น CU-TEP ,SAT I,SAT II  [รายละเอียดค่อนข้างเยอะ ตามไฟล์ที่แนบมาให้  ลองอ่านทำความเข้าใจ ติดตรงไหนสอบถามเพิ่มได้ครับ]
รับตรงรอบที่1 http://www.admissions.chula.ac.th
รับตรงรอบที่ 2  www.admissions.chula.ac.th

รับตรงวิศวะอินเตอร์ ธรรมศาสตร์ สิรินธร
     รับสมัคร ช่วงก.ย. สอบช่วงปลายต.ค.ใช้การสอบข้อเขียนกับทางสิรินธรได้แก่วิชา คณิต อังกฤษ และวิทย์หรือฟิสิกส์ในบางสาขา โดยข้อสอบเป็นภาษาอังกฤษล้วนครับ
ลิงค์รับตรง http://www.reg2.tu.ac.th

รับตรงวิศวะอินเตอร์ ธรรมศาสตร์ TEP,TEPE 
     มีหลายรอบ รับสมัครและสอบช่วงม.ค.-พ.ค. มีวิธีเข้า3แบบ1.ใช้เกรดยื่น2.ใช้คะแนนสอบ ต่างๆยื่น เช่นGAT-PAT,SAT I,O-net3.สอบข้อเขียน วิทย์ คณิต อังกฤษ ซึ่งข้อสอบภาษาอังกฤษล้วนครับ
ลิงค์รับตรง http://www.tep.engr.tu.ac.th

รับตรงวิศวะอินเตอร์ เกษตร
     รับสมัครช่วงปลายปี ใช้คะแนนGAT-PATยื่น  [GAT 25% PAT1 25% PAT3 50%]
ลิงค์รับตรง http://admission.eng.ku.ac.th/2555/admission/direct

รับตรงวิศวะอินเตอร์ ลาดกระบัง
     รับสมัครปลายปี สอบม.ค. สอบข้อเขียน คณิต อังกฤษ วิทย์[ฟิสิกส์ เคมี] ลิงค์ http://www.reg.kmitl.ac.th
รอบ2 [เก็บตก] รับสมัครก.พ. สอบมี.ค.สอบข้อเขียน คณิต อังกฤษ วิทย์[ฟิสิกส์ เคมี] ลิงค์ http://www2.reg.kmitl.ac.th/uploads

รับตรงวิศวะอินเตอร์ บางมด
     มี2โครงการ1.รับตรงแบบ เคลียร์ริ่งเฮาส์ หากผ่านเกณฑ์ที่เค้ากำหนดรอไปสัมภาษณ์ได้เลย 2.รับตรงแบบใช้GAT-PAT ยื่น หากผ่านเกณฑ์ที่เค้ากำหนดจะต้องไปสอบข้อเขียนต่อที่บางมด [ภาษาอังกฤษล้วน]เกณฑ์พิจารณา PAT1 PAT2 PAT3รวม70% GAT20% GPAX  10%
สมัครช่วงส.ค. สอบปลายปี
ขออภัยด้วยครับ ในส่วนบางมด เกณฑ์การรับ2ปีที่ผ่านมาเปลี่ยนแปลงเยอะมาก[ปี54รับตรง4รอบปี ปี55รับตรงครั้งเดียว2โครงการ] และในใบการสมัครอธิบายไม่ละเอียด จึงหา้ข้อมูลหลายเว็บๆและโทรคุยกับทางมหาลัย สรุปได้คร่าวๆประมาณนี้ครับ

วิศวะอินเตอร์จุฬาและลาดกระบัง มีเฉพาะระบบรับตรงเท่านั้นนะครับ [3มหาลัยที่เหลือ มีใน admission]

วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2556

รายละเอียดสาขาวิชาต่างๆของคณะวิศวกรรมศาสตร์  

 
วิศวกรรมชีวการแพทย์
  
     เป็นสาขาวิชาที่นำเอาความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ความรู้ทางการแพทย์ และวิทยาศาสตร์แขนงต่างๆ มาประยุกต์ใช้ร่วมกัน เพื่อออกแบบสร้างหรือพัฒนาซอฟต์แวร์ อุปกรณ์ หรือเครื่องมือทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน สามารถใช้งานได้จริง เช่น หุ่นยนต์นำการผ่าตัด เทคโนโลยีในเครื่องมือผ่าตัด เครื่องส่องดูอวัยวะในร่างกาย อุปกรณ์จ่ายยาอัตโนมัติ ข้อต่อหรืออวัยวะเทียม เครื่องวิเคราะห์สัญญาณหัวใจหรือสมอง เป็นสาขาวิชาที่บูรณาการศาสตร์ต่างๆ ทั้งไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ เครื่องกล อิเล็กทรอนิกส์ นาโน วัสดุ ซึ่งจากที่กล่าวมาเห็นได้ว่าวิศวกรรมชีวการแพทย์เป็นศาสตร์ที่มีความสำคัญ และจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องพัฒนาควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพและด้านการแพทย์ เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพของคนไทยและมนุษยชาติ


วิศวกรรมเคมี

     วิศวกรรมเคมี เป็นวิทยาศาสตร์ประยุกต์ที่นำความรู้ด้านฟิสิกส์และเคมีมาใช้ในการผลิตสาร เคมีในระดับอุตสาหกรรม ความรู้ด้านฟิสิกส์ที่นำมาประยุกต์ เช่น กลศาสตร์โดยเฉพาะกลศาสตร์ของไหล เทอร์โมไดนามิกส์ การแลกเปลี่ยนความร้อน และการแลกเปลี่ยนมวลสาร ส่วนด้านเคมี เช่น จลศาสตร์ของปฏิกริยาเคมี ซึ่งจริงๆแล้วจะมีสัดส่วนของฟิสิกส์มากกว่ามากกว่าเคมีเสียอีก ดังนั้นน้องๆที่บอกว่าไม่ชอบเคมีแล้วกลัวว่าจะเรียนไม่ได้ก็ไม่ต้องห่วงครับ หลังจากเรียนวิชาพื้นฐานพวกนั้นแล้ว ก็เรียนรู้การออกแบบอุปกรณ์ต่างที่นำความรู้พวกนั้นมาประยุกต์ เช่นการเลือกใช้ปั๊ม การเลือกท่อ การออกแบบหอกลั่นเบื้องต้น เมื่อได้อุปกรณ์แต่ละตัวแล้วก็นำมาจัดสร้างเป็นกระบวนการผลิตแล้วประเมิน ความคุ้มค่าในการลงทุนด้วยวิชาเศรษฐศาสตร์เบื้องต้นครับ สามารถทำงานในโรงงานประกอบรถยนต์ โรงงานปูนซิเมนต์ โรงงานผลิตเครื่องดื่ม โรงงานสบู่ ผงซักฟอก โรงงานเคมี โรงกลั่นน้ำมัน เป็นต้น


วิศวกรรมปิโตรเคมี

     น้องๆอาจจะสังสัยว่า วิศวกรรมปิโตรเคมี ต่างจากวิศวกรรมปิโตรเลียม อย่างไร ปิโตรเลียม จะเรียนในขั้นต้น (Upstream) ครับ เริ่มตั้งแต่การขุดเจาะ ไปจนถึงการกลั่น แยกก๊าซ น้ำมัน คอนเดนเสท แล้วส่งต่อไปยังอุตสาหกรรมขั้นปลาย (Downstream) ซึ่งก็คือ ส่วนปิโตรเคมี ที่เราเรียนกันนี้ จะเป็นอุตสาหกรรมที่นำเอาสิ่งที่ได้จากการแยก มาทำปฏิกิริยาแล้วขึ้นรูปเป็นพอลิเมอร์ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนย่อยๆ คือ อุตสาหกรรมขั้นต้นที่ผลิตสารโมเลกุลเล็กๆ ที่เรียกว่า มอนอเมอร์ โดยใช้สารประกอบไอโดรคาร์บอนบางชนิดที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบ เช่น การใช้อีเทน และโพรเพนเป็นวัตถุดิบในการผลิตเอทิลีนและโพรพิลีน และอุตสาหกรรมขั้นต่อเนื่อง ผลิตสารโมเลกุลใหญ่ที่เรียกว่า พอลิเมอร์ โดยใช้สารมอนอเมอร์จากอุตสาหกรรมขั้นต้น เป็นวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ที่ได้ของอุตสาหกรรมขั้นนี้ คือ พลาสติกชนิดต่างๆ ยางสังเคราะห์ชนิดต่างๆ จะถูกนำไปใช้เป็นสารตั้งต้นในอุตสาหกรรมต่างๆ ต่อไป เช่น อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องนุ่งห่ม ยางรถยนต์ ท่อพลาสติก ถุงพลาสติก ฟิลม์ สี ผงซักฟอก ปุ๋ย บริษัททางด้านปิโตรเคมีเช่น Aromatics , SCG , ไทยพลาสติก , ปตท.กรุ๊ป เช่น บริษัท IRPC , ไทยออย , บางจาก ,เอสโซ่ , ARC เป็นต้น


 
CR:http://unigang.com/Article/5583
 รายละเอียดสาขาวิชาต่างๆของคณะวิศวกรรมศาสตร์


วิศวกรรมอุตสาหการ 

    เป็นวิศวกรรมศาสตร์สาขาที่เกี่ยวกับการออกแบบ พัฒนา วางแผน ควบคุม การวิจัยดำเนินงาน จัดการและประเมินผลระบบโดยรวมซึ่งครอบคลุมปัจจัยทุกๆด้านทั้ง บุคคล สารสนเทศ อุปกรณ์ พลังงาน วัสดุ รวมไปถึง การเงิน วิศวกรรมอุตสาหการเป็นงานทางด้านการประยุกต์ที่เกี่ยวกับการวิจัยดำเนินงาน ทรัพยากรต่างๆ และปฏิสัมพันธ์ระหว่างการดำเนินงานและทรัพยากร เพื่อบรรลุจุดประสงค์การดำเนินงานตามทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้หลักการและวิธีการทางด้านการวิเคราะห์และสังเคราะห์ทางวิศวกรรมรวมถึง คณิตศาสตร์ สถิติ ฟิสิกส์ การตลาด การบริหารการจัดการ งานของวิศวกรอุตสาหการจะเกี่ยวกับการลดเวลาการปฏิบัติงาน ค่าใช้จ่าย วัสดุ พลังงาน และทรัพยากรอื่นๆ รวมไปถึงงานการควบคุมคุณภาพของการผลิตหรือการดำเนินงานเพื่อให้อยู่ในระดับ ที่ต้องการโดยหากลวิธีต่างๆ ในการพัฒนา ปรับปรุง แก้ไข เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้คุ้มค่าที่สุด เป็นต้น

วิศวกรรมอาหาร

     เป็นสาขาวิชาโดยการประยุกต์วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมหลายๆด้านไว้ด้วยกัน เช่น วิทยาศาสตร์การอาหาร วิศวกรรมเคมี และวิศวกรรมอุตสาหการ หน้าที่และบทบาทของวิศวกรอาหาร คือ ออกแบบระบบกระบวนการผลิตและเครื่องจักรกลในอุตสาหกรรมอาหารให้มีความ สัมพันธ์ ถูกต้องและเหมาะสมกับวัตถุดิบที่ป้อนเข้าสู่กระบวนการ โดยวิศวกรอาหารจะทราบถึงคุณสมบัติทางชีวเคมี เพื่อให้ประสิทธิภาพของกระบวนการเกิดขึ้นอย่างสูงสุดและลดอัตราการสูญเสีย คุณค่า โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและการปนเปื้อนของอาหาร นอกจากนี้แล้ววิศวกรอาหารยังต้องมีหน้าที่ในการควบคุมและบำบัดมลภาวะที่เกิด ขึ้นระหว่างกระบวนการผลิต ซึ่งวิศวกรอาหารจะทราบถึงสสารและมลพิษที่ก่อให้เกิดมลภาวะที่เกิดจากวัตถุ ดิบและสารเหลือทิ้งเมื่อสิ้นสุดกระบวนการ และทำการบำบัดได้อย่างตรงจุด ควบคุมคุณภาพของอาหารให้เป็นไปตามความต้องการ โดยจะทำการควบคุมทั้งวัตถุดิบ กระบวนการและเครื่องจักร รวมทั้งจะต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความก้าวหน้า ทันสมัยและตอบสนองความพึงพอใจของผู้บริโภคได้มากที่สุด

วิศวกรรมแมคคาทรอนิกส์

     เป็นสาขาใหม่ของประเทศไทย ซึ่งนิยามโดยส่วนใหญ่ที่ได้รับคงจะเป็นแนวว่า วิศวกรรมไฟฟ้า+เครื่องกล เกี่ยวกับหุ่นยนต์ ฯลฯ ซึ่งทั้งหลายเหล่านี้ก็ไม่ได้ผิดซะทีเดียว Mechatronic เป็นวิศวกรที่ นำเอาความรู้ทางด้านระบบอัตโนมัติ การสร้างระบบ อิเล็กทรอนิคส์ และ กลศาสตร์ มาเข้าใช้ด้วยกัน หลายๆคนอาจจะเข้าใจว่า Mechatronic จะต้องสร้างแต่หุ่นยนต์อย่างเดียว แต่ในความจริงแล้ว Mechatronic นำเอาความรู้ทางระบบอัตโนมัติ และ กลศาสตร์ ไปใช้ในเชิงอุตสาหกรรมของในประเทศอย่างมากมาย อาทิเช่น ระบบการบรรจุผลิตภัณฑ์ ต่างๆ ระบบการสร้างรถยนต์ หรือ ระบบการสร้างชิ้นงานต่างๆที่ต้องการความละเอียดสูงและมนุษย์ไม่สามารถกระทำ ได้ อาจจะโดยไมโครคอนโทรลเลอร์ หรือ PLC ต่างๆ อย่างเป็นระบบเพื่อนำความรู้ความเข้าใจไปใช้สร้าง “ผลิตภัณฑ์อันชาญฉลาด” (Smart Product) หรือ “ระบบอัจฉริยะ” (Intelligent Systems) ซึ่งจะมีกลไกที่สามารถทำงานด้วยตัวของมันเองอย่างอัตโนมัติตามความต้องการ ที่กำหนดไว้อย่างรวดเร็ว ถูกต้องและแม่นยำ สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้อย่างกว้างขวางในด้านต่างๆ เป็นต้นว่า หุ่นยนต์อุตสาหกรรม หุ่นยนต์กู้ภัย อาคารอัจฉริยะ สมองกลรักษาโรค รวมถึงเทคโนโลยีทางวิศวกรรมสมัยใหม่อื่นๆ อีกมากมาย

วิศวกรรมการขนส่งทางราง

     เป็นสาขาเปิดใหม่ อย่างที่น้องๆทราบกันว่า การขนส่งระบบรางกำลังมีการขยายตัวอย่างมากในขณะนี้ ทั้งรถไฟฟ้าระบบต่างๆ รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง ซึ่งระบบเหล่านี้มีความต้องการบุคลากรด้านการขนส่งระบบราง อีกทั้งการรวมตัวทางด้านเศรษฐกิจของชาติในอาเซียน ยิ่งจะทำให้การขนส่งระบบรางมีความสำคัญอย่างยิ่ง เราจะศึกษาตั้งแต่ระบบโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนประกอบและโครงสร้างของรถไฟและราง การตรวจสอบประเมินสภาพของราง สะพาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินรถ เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์การขนส่ง คล้ายๆกับสาขาเครื่องกล/โยธา รวมถึงการวางแผนและออกแบบระบบขนส่งมวลชน การติดตามการเดินรถไฟ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมในการขนส่ง เป็นต้น เรียนจบสามารถเป็นวิศวกรดูแลระบบการเดินรถ ระบบซ่อมบำรุง สายงานบริหาร ระบบการวางทางของรางรถไฟ หรือเป็นอาจารย์ รูปแบบการทำงานเหล่านี้รวมถึงอุตสาหกรรมด้านรถไฟดีเซล รถไฟฟ้า และรถไฟฟ้าความเร็วสูง และมีโอกาสได้ไปทำงานที่ต่างประเทศสูงเพราะเทคโนโลยีด้านรถไฟฟ้าและรถไฟความ เร็วสูง หรือในบริษัทต่างชาติในเมืองไทยเองก็เยอะ เช่น SIEMENS และ Bombardier



CR:http://unigang.com/Article/5583

วันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2556

รายละเอียดสาขาวิชาต่างๆของคณะวิศวกรรมศาสตร์


วิศวกรรมโยธา

     วิศวกรโยธาเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างอาคาร สะพาน เขื่อน ถนนและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ อีกมากมาย วิศวกรโยธามีหน้าที่วางแผน ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างตั้งแต่งานขนาดเล็กไปจนถึงโครงการก่อสร้างขนาด ใหญ่ เช่น ตึกระฟ้า ท่าอากาศยาน ศูนย์การผลิตและควบคุมบำบัดน้ำเสีย ระบบขนส่งและระบบสาธารณูปโภค ควบคุมงานสร้างถนน สะพาน อุโมงค์ และสิ่งอำนวยความสะดวกในการขนส่งต่างๆ ทำงานเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคาร ทำงานสำรวจเพื่อหาสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการก่อสร้าง สำรวจและประเมินลักษณะและความหนาแน่นของการจราจรทางอากาศทางบก และทางน้ำเพื่อพิจารณาว่าจะมีผลต่อโครงการอย่างไรบ้าง สำรวจดูพื้นผิวดินและใต้ผิวดินว่าจะมีผลต่อการก่อสร้างอย่างไร และเหมาะสมที่จะรองรับสิ่งก่อสร้างเพียงใด เป็นต้น ทำงานร่วมกับสถาปนิกเพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปอย่างสะดวก (ดี เร็ว ประหยัด และไม่โกงกิน)


วิศวกรรมการวัดคุม

     การวัด + การควบคุม หมายถึง การวัดเพื่อการควบคุม ในทางวงการอุตสาหกรรม ทุกระบบจะดำเนินไปอย่างอัตโนมัติ ซึ่งแต่ละกระบวนการมันต้องมีการตรวจรู้และตัวควบคุม เพื่อในกระบวนการนั้นดำเนินไปอย่างอัตโนมัติตามขั้นตอนที่ต้องเป็นไปได้ ซึ่งภาคนี้ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเรียนเกี่ยวกับการวัด การวัดเพื่อนำผลที่ได้ไปควบคุม เช่น การวัดการไหล การวัดระดับ การวัดอุณหภูมิ การวัดความดัน เป็นต้น ซึ่งการวัดในตัวอย่างข้างต้นนี้มันก็มีอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการวัด ภาคนี้ก็จะเรียนเกี่ยวกับอุปกรณ์พวกนี้ว่า มีวิธีการวัด เลือกใช้ ติดตั้งอย่างไร คล้ายกับวิศวกรรมระบบควบคุม เพียงแต่แตกต่างกันที่วิศวกรระบบควบคุมเน้นการมองไปที่ระบบเป็นส่วนใหญ่ มองภาพรวมเป็นระบบ แต่วิศวกรวัดคุมเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ หรือประยุกต์ความรู้ที่มีใช้ในการควบคุมระบบให้ทำงานได้เป็นปกติ งานที่ทำก็มีหลายด้านครับ เช่น ทำงานขุดเจาะปิโตรเลียม โดยใช้เครื่องมือวัดคุม แรงดัน อุณหภูมิ เป็นต้น


วิศวกรรมระบบควบคุม

     วิศวกรรมระบบควบคุม จะอาศัยความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับคณิตศาสตร์และทฤษฎีระบบควบคุม เป็นหลัก โดยจะแบ่งออกได้เป็นกลุ่มๆ คือ ด้านการควบคุมกระบวนการ ระบบควบคุมอัตโนมัติ และ Electronics Control ซึ่งสามารถเลือกศึกษาได้ตามความถนัดและความชอบของแต่ละคน นึกภาพง่ายๆก็คือ เป็นคนที่ทำให้โรงงานทั้งโรงงานสามารถควบคุมได้จากคอมพิวเตอร์ในห้องควบคุม นั่นเองคือหน้าที่หลัก วิศวกรรมระบบควบคุมนั้นจะเน้นในเรื่องของการควบคุมแบบเป็นขั้นตอน การจัดสร้างระบบควบคุมขึ้นมาจากการวิเคราะห์คำนวณอย่างถูกต้อง สายงานของวิศวกรระบบควบคุมนี้จะอยู่ในกระบวนการผลิตทั้งหลาย ที่มีการใช้ระบบที่มีความถูกต้องแม่นยำ เพื่อทำให้กระบวนการผลิตดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นอาชีพที่เพื่อนร่วมงานหลายๆคนอิจฉา เพราะหางานง่าย เงินเดือนดี ขึ้นอยู่กับความถนัดและอุตสาหกรรมที่ไปทำงาน ถ้าไปอยู่กลุ่มอุตสาหกรรมหนักหรือพลังงาน เช่น โรงแยกก๊าซ โรงกลั่น โรงไฟฟ้า ก็จะทำงานเกี่ยวกับเครื่องมือวัดและระบบควบคุม ของกระบวนการผลิตในโรงงาน บางคนอาจจะไปทำโรงงาน Electronics เป็น Test Engineer, Automation Engineer เป็นต้นสิ่งไหนที่ต้องใช้การควบคุม วิศวกรสายนี้ก็จะถนัดมากที่สุด



CR:http://unigang.com/Article/5583

วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2556

รายละเอียดสาขาวิชาต่างๆของคณะวิศวกรรมศาสตร์


วิศวกรรมสารสนเทศ

     วิศวกรสารสนเทศ เป็นการผนวกรวมองค์ความรู้ทางด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และวิศวกรรมโทรคมนาคม เข้าด้วยกัน วิศวกรรมสารสนเทศจะใช้องค์ความรู้ในหลายๆ ส่วนเข้าด้วยกันดังต่อไปนี้ เช่น ทางด้านโทรคมนาคม ระบบโครงข่ายโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์, ระบบสายส่งแบบมีสายและไร้สาย, ระบบสื่อสารต่างๆ เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ การสื่อสารผ่าน การสื่อสารผ่านเส้นใยแก้วนำแสงและระบบสายอากาศ ทางด้านคอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการ ภาษาโปรแกรม ระบบฐานข้อมูล การติดตั้งเซิฟเวอร์ การเขียนโปรแกรมเพื่อจัดการระบบเครือข่าย จะเห็นได้ว่า วิศวกรสารสนเทศและการสื่อสารมีความรู้ด้านเทคโนโลยีโทรคมนาคมยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นระบบคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีโครงข่ายคอมพิวเตอร์และโทรคมนาคม หรือจะกล่าวได้ง่ายๆว่าสาขาสารสนเทศ เรียนคอมพิวเตอร์ผสมกับการการสื่อสารครับ

วิศวกรรมเครื่องกล

     เกี่ยวข้องกับการออกแบบ การประดิษฐ์คิดค้น การผลิต และการบำรุงรักษาระบบ โดยมีบทบาทเกี่ยวข้องกับกิจกรรมในชีวิตทั้งหมดทางเทคโนโลยี อุตสาหกรรมใดที่ใช้เครื่องจักรหรือเครื่องมือจะต้องเกี่ยวข้องกับสาขานี้ เนื้อหาของวิชาวิศวกรรมเครื่องกล เรียนเกี่ยวกับพื้นฐานฟิสิกส์ของระบบกลไก การออกแบบและการเขียนแบบด้วยคอมพิวเตอร์ วัสดุศาสตร์ กลศาสตร์วิศวกรรม ระบบกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรม อุณหพลศาสตร์ กลศาสตร์วัสดุ พลศาสตร์ของไหล การถ่ายเทความร้อน พื้นฐานวิศวกรรมไฟฟ้า การทำความเย็นและปรับอากาศ ระบบไฮดรอลิกส์และนิวแมติกส์ เครื่องจักรกลของไหล วิศวกรรมยานยนต์ วิศวกรรมการสันดาป การสั่นสะเทือนทางกล ระบบควบคุมอัตโนมัติ การออกแบบระบบความร้อน/พลังงาน/จักรกล/ระบบกลไก และเศรษฐศาสตร์วิศวกรรม เป็นต้น
  
วิศวกรรมเกษตร

     สาขาวิศวกรรมเกษตร ก็จะเน้นเรื่องเครื่องยนต์ กลไก พวกเกี่ยวกับรถไถ รถแทรคเตอร์ เรียนคล้ายเครื่องกลนั่นแหละครับ สาขาหลังการเก็บเกี่ยวและแปรสภาพ ก็เรียนคล้ายๆเครื่องกลอีกแต่จะแบ่งไปเรียนพวกคุณสมบัติของพืชผักผลไม้บ้าง แล้วก็ การจัดเก็บ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเก็บรักษาทั่วไป แล้วก็เรื่องการคัดแยกโดยใช้เครื่องมือกล หรือ พวกกระบวนการพาสเจอร์ไรส์ UHT อะไรพวกนี้ ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมที่พัฒนาไปสู่ประเทศอุตสาหกรรมเกษตร วิศวกรรมเกษตรจึงมีความสำคัญ แต่ในความเป็นจริง ประเทศไทยยังขาดวิศวกรทางการเกษตรอีกมาก ซึ่งต้องเรียนรู้ทางด้านวิศวกรรม พร้อมกับการเรียนรู้เกี่ยวกับพืช สัตว์ ดิน น้ำ สมบัติทางกายภาพและพันธุวิศวกรรมพืชสัตว์และชีวมวล เป็นต้น



CR:http://unigang.com/Article/5583

วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2556

รายละเอียดสาขาวิชาต่างๆของคณะวิศวกรรมศาสตร์

วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์

     คือสาขาหนึ่งของวิศวกรรมไฟฟ้าที่ถูกใช้งานในกรณีที่ต้องการแยกชนิดของงานทาง ด้านไฟฟ้ากำลัง (ไฟฟ้าแรงดันสูงๆ) กับงานทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ (ไฟฟ้าแรงดันต่ำ) โดยทั่วไปแล้ววิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์หมายความครอบคลุมถึง วงจรอิเล็กทรอนิกส์ระดับสัญญาณต่ำ ทั้งระบบ Analog และ Digitalทั้งระดับพีซีบีและวงจรรวม และอาจรวมไปถึงระบบสื่อสารทั้งทางไฟฟ้า, คลื่น, และแสง อิเล็กทรอนิกส์ เดิมทีเป็นสาขาที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ และ ทดสอบวงจรไฟฟ้า ซึ่งสร้างจากอุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติเฉพาะทางแม่เหล็กไฟฟ้า ตั้งแต่หลอดสุญญากาศ ตัวต้านทาน ตัวเก็บประจุ ขดลวดเหนี่ยวนำ จนถึง อุปกรณ์จากสารกึ่งตัวนำเช่น ไดโอด ทรานซิสเตอร์ และ อื่นๆ เพื่อให้เป็นอุปกรณ์ที่ทำงานตามจุดประสงค์ที่ต้องการ เช่น เป็นวงจรรับวิทยุ วงจรเครื่องขยายเสียง เป็นต้น


วิศวกรรมอัตโนมัติ

     เป็นสาขาที่มุ่งเน้นการจัดการทางด้านสารสนเทศที่ทำระบบต่างๆ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกๆ ด้าน อาทิเช่น ต้นทุนการผลิต คุณภาพและ มาตรฐานของผลิตภัณฑ์ ความปลอดภัยในการทำงาน สภาวะของสิ่งแวดล้อม ความสามารถในการปรับอัตราการผลิต เพื่อตอบสนองต่อปริมาณความต้องการของตลาด และรวมไปถึงการบริหารและการจัดการในอุตสาหกรรม มีความรู้ความสามารถในการออกแบบ สร้าง พัฒนา และจัดการระบบต่าง ๆ เช่น ระบบโรงงานอัตโนมัติ กระบวนการผลิต เพื่อให้ระบบต่างๆ เหล่านี้สามารถทำงานได้โดยตัวเองหรือพึ่งพาผู้ปฏิบัติงานน้อยที่สุด สามารถปฏิบัติงานในโรงงานอุตสาหกรรมการผลิต กลุ่มบริษัทผู้ออกแบบ ติดตั้ง และจำหน่ายสินค้าทางด้านระบบอัตโนมัติ อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ อุตสาหกรรมปูนซิเมนต์และเซรามิค อุตสาหกรรมเหล็ก อุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมกระดาษ อุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นต้น


วิศวกรรมคอมพิวเตอร์
 
     วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เน้นเกี่ยวกับการสร้างชุดคำสั่ง การสร้างข้อมูล การประมวลผลข้อมูล การแก้ปัญหาต่างๆ โดยการเขียนคำสั่งให้คอมพิวเตอร์แก้ปัญหาให้ รวมไปถึงการสร้างวงจร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความสำคัญกับการทำงานของคอมพิวเตอร์ ฐานข้อมูล, Hardware, การเขียนโปรแกรม, การประมวลผลภาพ, ระบบเครือข่าย, ระบบรักษาความปลอดภัย และอื่นๆ อีกมากมายซึ่งผู้ที่เรียนวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จะเรียนเกี่ยวกับระบบต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ แต่ละส่วนทำงานได้อย่างไร ข้อมูลจะเก็บตรงไหนอย่างไร ทั้งในเชิงวัตถุ (เห็นว่าข้อมูลเป็นอย่างไร) และในเชิงกายภาพ (รู้ว่าไฟฟ้าวิ่งในคอมพิวเตอร์อย่างไร) วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จะแบ่งออกเป็น 3สาย หลักๆ ครับ ได้แก่สาย Hardware สาย Software และสาย Network



CR:http://unigang.com/Article/5583

รายละเอียดสาขาวิชาต่างๆของคณะวิศวกรรมศาสตร์


 วิศวกรรมไฟฟ้า

     สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า เรียนเกี่ยวกับกระบวนการในการกำเนิด ถ่ายเท และแจกจ่ายพลังงานไฟฟ้าแรงสูง จากผู้ผลิตไฟฟ้าไปยังผู้บริโภค งานของวิศวกรไฟฟ้ากำลังจะเป็นงานเกี่ยวกับการพัฒนาวิธีการในการใช้ประโยชน์ จากพลังงานไฟฟ้า เช่น การจัดการพลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนาการใช้ระบบไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพและน่าเชื่อถือ เป็นต้น ในสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง ได้ศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการผลิตและการส่งจ่ายกำลังไฟฟ้า รวมไปถึงการแปรรูปพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพทั้งในภาคอุตสาหกรรม การคมนาคมขนส่ง รวมทั้งอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างต่างๆ โดยใช้เทคโนโลยีทางวิศวกรรมไฟฟ้า, อิเล็กทรอนิกส์, คอมพิวเตอร์ และระบบสารสนเทศ ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบันและอนาคต รวมทั้งการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม วิศวกรไฟฟ้าจะมีการจำลองระบบที่เรามองไม่เห็นให้เป็นระบบที่เราสามารถจะ คำนวณได้ ออกแบบได้ ทำงานร่วมกับมันได้ ถ้าตราบใดที่มนุษย์ยังอยู่บนโลก ไฟฟ้าเป็นศาสตร์ที่มนุษย์ยังคงต้องใช้กับมันตั้งแต่เกิดจนตาย


วิศวกรรมพลังงานไฟฟ้า


     มุ่งเน้นการพัฒนาทางพลังงานโดยเฉพาะพลังงานไฟฟ้า เน้นการพัฒนาแบบยั่งยืนอยู่บนพื้นฐานตามทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง และตอบสนองต่อความต้องการทางสังคมและอุตสาหกรรม รองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ และการจัดการ บริหารพลังงานให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด การใช้พลังงานหมุนเวียน และพลังงานทดแทน โดยการพิจารณาทางเลือกของการใช้พลังงาน เราจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยหลัก 3 ประการณ์ประกอบกัน ได้แก่ เศรษฐกิจ, แหล่งพลังงาน และสิ่งแวดล้อม ปัจจัยทั้ง 3 ประการจำเป็นจะต้องไปด้วยกันได้อย่างเหมาะสม ซึ่งสาขาพลังงานไฟฟ้านี้จะนำองค์ความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์รวม ถึงต้องสามารถประยุกต์ความรู้ด้านเทคโนโลยีวิศวกรรมต่างๆเข้าด้วยกันเพื่อ บูรณาการเป็นองค์ความรู้ ทางด้านวิศวกรรมพลังงาน พูดง่ายๆก็คือเรียนเพื่อนำเอาไฟฟ้าไปใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุดครับ


วิศวกรรมโทรคมนาคม

     เรียนสั้นๆว่า ภาคโทร ครับ จะเรียนเกี่ยวกับการสื่อสารทั้งหมด ซึ่งอาจแบ่งได้เป็นสองประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ การสื่อสารที่เชื่อมต่อด้วยสาย (Wired) เช่น โครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐาน โครงข่ายโทรเลข เป็นต้น และการสื่อสารที่เชื่อมต่อแบบไร้สาย (Wireless) เช่น โครงข่ายโทรศัพท์มือถือ โครงข่ายดาวเทียม ทีวีดิจิตอล เป็นต้น วิศวกรโทรคมนาคมส่วนใหญ่มักจำเป็นต้องเชี่ยวชาญงานหลายๆ ด้านทั้งงานอิเล็กทรอนิกส์ งานไฟฟ้ากำลัง งานคอมพิวเตอร์ งานสายอากาศและคุณสมบัติคลื่น ลักษณะของงาน ได้แก่ การออกแบบระบบอุปกรณ์ และส่วนประกอบต่างๆ การก่อสร้าง การติดตั้ง การทดสอบ และควบคุมการใช้ การบำรุงรักษาระบบขนาดใหญ่ เช่น สถานีวิทยุกระจายเสียง สถานีรับคลื่นดาวเทียม ปฏิบัติงานอื่นๆ เช่นเดียวกับวิศวกรไฟฟ้าทั่วไป แต่ชำนาญงานทางระบบและอุปกรณ์โทรคมนาคม เช่น ระบบและอุปกรณ์ โทรศัพท์ และโทรเลขประเภทใช้สายหรือใช้คลื่นวิทยุ เป็นต้น




CR:http://unigang.com/Article/5583
 

 บริษัทคิดเงินเดือนให้วิศวกรอย่างไร ?

       บริษัทจะให้เงินเดือนวิศวกรได้เท่าไหร่ ถ้าท่านอยากได้เงินเดือนๆละหนึ่งแสนบาทก็น่าจะทำได้ คิดง่ายๆแบบนี้ว่า ถ้าเราเอา 2.3 คูณเงินเดือนที่เราอยากได้ นั่นคือกำไรที่บริษัทต้องได้

      มีคนเคยถามว่าเงินเดือนตั้งกันอย่างไร? และนายจ้างคิดอย่างไรสำหรับวิศวกรที่ทำงานมานานและต้องเปลี่ยนงาน ?

      ผมก็ตอบว่าคุณจะขอเท่าไหร่ก็ได้ แต่ให้คิดว่าคุณต้องทำกำไรให้บริษัท 2.3 เท่าของเงินเดือน
บริษัทจึงจะอยู่ได้

      ถ้าเราต้องการเงินเดือน 80,000 บาท ต้องถามตนเองว่าเราสามารถทำกำไร (กำไรนะครับ ไม่ใช่ค่าจ้างที่บริษัทได้จากเจ้าของเงิน) ให้บริษัทเดือนละ 2.3 x 80,000 = 184,000 บาท ได้หรือไม่ ถ้าเราคิดหลักการแบบนี้ บริษัทก็จ้างเราได้

      ส่วนวิธีการคิดง่ายๆอย่างอื่นก็คงลำบากเพราะขึ้นกับโครงการ สำหรับวิศวกรจบใหม่ที่ต้องการเงินเดือน 15,000 บาท ก็ต้องถามว่าทำอะไรให้บริษัทได้กำไรเดือนละ 15,000 x 2.3 = 34,500 บาท (เน้นอีกทีว่าเป็นกำไรบริษัทนะครับ) ได้หรือไม่ ถ้าเข้าไปใหม่ๆ 6 เดือนแรกแทบทำอะไรไม่เป็นเลย และบางคนก็สมัครงานที่อื่นไปเรื่อยๆเพื่อปรับเงินเดือนให้สูงขึ้นทุก 6 เดือน ทุกปี แบบนี้เขาเรียกว่า jockey ครับ ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ๆเห็นประวัติรับประกันได้ว่าไม่มีบริษัทที่ฉลาดใดรับวิศวกรแบบนี้แน่

คำแนะนำของท่าน รศ.ดร.ชำนาญ ห่อเกียรติ

วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2556

5. ไมโครซอฟต์ (ประเทศไทย)  

- สวัสดิการ
     การมอบเครื่องมือที่ช่วยในการ ทำงานให้แก่พนักงานทุกคน เป็นข้อกำหนดที่ไมโครซอฟท์มีอย่างชัดเจน เช่น การแจกคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กแก่พนักงานทุกคน เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา ในคอนเซ็ปต์ Work Anywhere Anytime อย่างเช่น เมื่อครั้งที่เกิดเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ผู้บริหารไมโครซอฟท์ในไทยก็ได้ส่งอีเมลถึงพนักงานทุกคน แจ้งว่าไม่ต้องเข้าทำงานที่ออฟฟิศ ให้ทำงานที่บ้านได้ 




4. โตโยต้า (ประเทศไทย)
 

- เงินเดือน
     ผลตอบแทนจะขึ้นอยู่ตามแผนกหรือ สายงาน โดยเงินเดือนผู้จบปริญญาตรีด้านวิศวกรรม เริ่มต้นที่ 17,000-21,000 บาท ส่วนแผนกอื่นจะเริ่มต้นที่อยู่จะ 10,000-14,000 บาท การขึ้นเงินเดือนจะขึ้นอยู่ตามผลงาน
- โบนัส
     นับเป็นองค์กรที่จ่าย โบนัสสูงมาก ค่าเฉลี่ยแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 6-8 เดือน ตามผลประกอบการธุรกิจในแต่ละปี ยิ่งพนักงานประจำคนใดทำงานเกินสองปีขึ้นไป เรียกว่า นอกเงินเดือนที่ได้รับประจำแล้ว ค่าโอที หรือล่วงเวลา ยังได้โบนัสที่จะแบ่งจ่าย 2 งวด ครึ่งปี
- สวัสดิการ
     โตโยต้า ถือเป็นองค์หนึ่งที่มีความโดดเด่นด้านสวัสดิการอย่างยิ่ง โดยพนักงานโตโยต้าสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ 100% มีประกันชีวิตกลุ่ม เงินบำเหน็จ เครื่องแบบพนักงาน รถรับ-ส่งปรับอากาศบริการพนักงาน เงินกู้ซื้อบ้านและเงินกู้ฉุกเฉิน ส่วนลดพิเศษในการซื้อรถยนต์โตโยต้า อะไหล่ และบริการ ทุนการศึกษาบุตร เงินสนับสนุนการศึกษานอกเวลาทำงาน ฯลฯ
 



3. การบินไทย
- สวัสดิการ
   1. การบินไทยมีผลตอบแทนรวมแก่บุคลากรกว่า 25,000 คน (เงินเดือน ค่าครองชีพ เงินรางวัลประจำปี เบี้ยเลี้ยงเดินทาง เงินค่าล่วงเวลา ค่าใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ) เฉลี่ยปีละกว่า 30,000 ล้านบาท
   2. ศูนย์สวัสดิการฟิตเนส สระว่ายน้ำ
   3. ขอตั๋วฟรีแบบสำรองที่นั่งไม่ได้ให้แก่ตัวเอง คู่สมรสและบุตรได้ โดยสามารถขอตั๋วในประเทศ และต่างประเทศอย่างละ 1 เที่ยว (ไป-กลับ)
   4. ซื้อตั๋วแบบสำรองที่นั่งไม่ได้ในราคาถูก 10% ของราคาตั๋วปกติ แก่ตัวเอง คู่สมรสและบุตรได้ และหากอายุการทำงานเกิน 15 ปี จะสามารถขอตั๋วฟรีประเภทสำรองที่นั่งได้อีก 1 เที่ยว
   5. พนักงานที่ทำงานครบ 1 ปีขอตั๋วฟรีได้ทุกเส้นทางที่บริษัททำการบิน

- โบนัส : 3-4 เดือนต่อปี  
 
        



2. ปูนซิเมนต์ไทย
- ผลตอบแทน อัตราเงินเดือน
     ปริญญา ตรีจบใหม่ เริ่มต้น 19,000-22,000 บาท หากจบสายวิศวฯ เพิ่มอีก 3,000 บาท ปริญญาโท 22,000-25,000 บาท หากจบด้านวิศวฯ ได้เพิ่มอีก 5,000 บาท
การขึ้นเงินเดือน
*เฉลี่ยปีละ 6%
- โบนัส
* ค่าเฉลี่ยโบนัสประมาณ 4-6 เดือน 







1. ปตท.และ ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม  
- เกณฑ์การพิจารณาเบื้องต้นของบริษัท
ผู้สมัครที่จบปริญญาตรีสาขาอื่นๆ นอกจากวิศวกรรมศาสตร์ จะต้องมีคะแนนภาษาอังกฤษ TOEIC หรือ TOEFL (ปตท. จะเทียบเป็น TOEIC ให้) 550 คะแนนขึ้นไป (อายุไม่เกิน 2 ปี) และมีเกรดเฉลี่ยสะสมจาก

    * สถาบันของรัฐ 2.70 ขึ้นไป
    * มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ 2.70 ขึ้นไป
    * สถาบันเอกชน 3.00 ขึ้นไป

ผู้สมัครระดับปริญญาโทหรือเอกก็ต้องมีผลคะแนนในระดับก่อนนั้นเข้าเกณฑ์ข้าง ต้นด้วย
ผู้สมัครที่ผ่านเกณฑ์นี้จึงจะมีสิทธิถูกเรียกสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์ต่อ ไป 


- ผลตอบแทน อัตราเงินเดือน
     ด้านวิศวกรทั่วไปอัตราเงินเดือนจะอยู่ที่ 18,000 - 22,000 บาท ส่วนวิศวกรที่ออกแท่งขุดเจาะอัตราเงินเดือนจะอยู่ที่ 40,000 - 50,000 บาท

- โบนัสประมาณ 4-6 เดือน  

 

Honda และ Toyota สองค่ายรถยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น

ผมจบวิศวะมา เมื่อมีนาคม 2556(ต้นปี)  ตอนนี้ทำงานอยู่ใน 1 ใน 2 ค่ายนี้ครับ

1. ปีปีนึงรับวิศวะกรจบใหม่กี่คน ?
ตอบ    บอกไม่ได้ เพราะในคนจบใหม่ที่เขารับ  เขาก็เอาไปแข่งกับคนที่มีประสบการณ์เช่นกัน   บางตำแหน่ง เขาไม่ fix ว่าจะรับแต่คนจบใหม่ เพราะถ้าจบมานาน แถมดูน่าสนใจ  เขาก็รับแทนคนจบใหม่อยู่ดี ส่วนต่างค่าจ้างหลังพัน เขาไม่สนใจหรอกว่าต้องเอาคนวุฒิน้อยเพื่อลด cost บริษัท  เพราะงานที่เขาใช้ให้เราทำหนะ  ถ้ารับคนค่าจ้างถูกแต่ทำงานห่วย  ผล เสียมันมากกว่าส่วนต่างค่าจ้างอย่างมหาศาลครับ
แล้วทั้ง Toyota และ Honda นั้น มีแผนกภายในเยอะมาก  ไม่ได้มีแค่ R&D, maintenance, Quality แค่นั้น   มันมีแผนกเยอะมากจนผมก็จำไม่ได้เหมือนกัน ถ้าเปรียยบเทียบกับบริษัทอื่นๆ เช่น electronic บริษัทรถยนต์นั้นจะใหญ่กว่าค่อนข้างมาก  มี suppliers เยอะกว่า   แล้วยิ่ง Tกับ H ในไทย  ถือว่าเป็นที่ตั้งของ headquater ของทั้งสองที่สำหรับภูมิภาค  จบวิศวะมา  มีตำแหน่งรับสมัครเพียบ  แต่คน สมัครก็เพียบเช่นกัน
      พล่ามมาเยอะแล้ว  ถ้าถามคร่าวๆว่า น่าจะรับปีนึงกี่คน(เฉพาะตำแหน่งที่คนไม่มีปรสบการณืก็ทำได้นะ) น่าจะอยู่ที่ประมาณบริษัทละ 50-100 คน  โดยที่ 50-100 คนของ Tหรือ H นี่หมายถึงบริษัทลูกด้วยนะ  แต่ไม่นับของ supplier
      หมายความว่า Toyota motor, Siam Toyota, TMAP ทั้งหมด  เป็นต้น   หรือแม้กระทั่ง Honda ก็มีบริษัทย่อยประมาณ 10 บริษัทเช่น Thai Honda, Honda Access, Honda Automotive  คือมันมีบริษัทภายในเยอะมาก  แม้กระทั่งคนภายในก็ยังจำได้ไม่ หมด  เพราะฉะนั้น การเปิดรับสมัครงาน  มีมาเรื่อยๆ แน่นอน

2.สาขาไหนที่รับบ้าง ?
 ตอบ
-อุตสาหการ
-ไฟฟ้า
-เครื่องกล
-คอมพิวเตอร์
-วัสดุ
-Automotive
-Automation
-Mechatronics

      เอาง่ายๆ  ผมว่าเขารับได้ทุกสาขาที่เป็นวิศวะนะ  อาจจะยกเว้นเรือ วิศวะไม้ เป็นต้น เพราะว่าจบวิศวะมา  เข้าบริษัทรถยนต์แล้ว  อาจจะไม่ได้ทำงานตรงกับที่เรียนก็ ได้  เช่นจบวิศวะไฟฟ้า  แต่อาจจะไปคุมเกี่ยวกับฝ่ายทำ programming, quality engineer  ก็เป็นได้ ไม่มีอะไรตายตัว
      เพียงแต่ถ้าน้องมีดีในตัว  แล้วเขาเห็นว่าน้องทำงานให้เขาได้  เขาก็รับเอง แหละ  แต่น้องจะชอบหรือไม่ชอบกับงานนั้น  ก็ต้องอาศัยการเข้าไปทำจริงๆ

cr:http://pantip.com/topic/30691162

วันพุธที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2556


General Motor ศูนย์ผลิตรถยนต์ Chevrolet

     เจเนรัลมอเตอร์ (General Motors Corporation) หรือย่อว่า จีเอ็ม (GM) เป็นบริษัทผลิตรถยนต์จากสหรัฐอเมริกา เจ้าของยี่ห้อ บิวอิคก์ (Buick) คาดิลแลค (Cadillac), เชฟโรเลต (Chevrolet), จีเอ็มซี (GMC) ฮัมเมอร์ (Hummer), พอนทิแอค (Pontiac), แซเทิร์น (Saturn), นำเข้ารถจากยุโรปได้แก่ โอเปิ้ล (Opel), ซาบ (Saab), และ วอกซ์ฮอลล์ (Vauxhall), และยังถือหุ้นใหญ่ในโฮเดน (Holden) ซึ่งเป็นยี่ห้อรถยนต์ของออสเตรเลีย และถือหุ้นใหญ่ในกิจการรถยนต์แดวู (Daewoo) ของเกาหลีใต้อีกด้วย
     เชฟโรเล็ตและ GMC ยังผลิตรถบรรทุก จีเอ็มเองมีหุ้นในบริษัทอีซูซุและซูซูกิของประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันจีเอ็มเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก มีพนักงานประมาณ 340,000 คน

     สำหรับงานวิศวกรใน GM แล้วแต่แผนกครับ แต่ส่วนใหญ่ถือว่าหนักและกดดันพอสมควร เงืนเดือนเริ่มต้นที่ประมาณ 22000 - 25000 ซึ่งถือว่าเงินเดือนค่อนข้างสูงเทียบกับตำแหน่งงานระดับเดียวกัน ในโรงงานรถยนต์อีกแห่งหนึ่ง

สวัสดิการ
 

- วันทำงานปกติ จันทร์-ศุกร์
 

- วัน พักร้อน ได้ทันทีหลังผ่านทดลองงาน แล้วแต่เข้ามาทำงานช่วงไหนของปี (อย่างของผมหลังผ่าน-ทดลองงาน 119 วัน ได้มา 7 วัน) เริ่มต้นปีปฏิทินต่อไปได้ 10 วัน สูงสุด 14 หรือ 15 วัน ไม่แน่ใจ
โบนัส คำนวณตามวันที่เริ่มงาน ตามอัตราที่บริษัทประกาศ (มีโบนัสไม่คงที่ จ่ายทุก 3 เดือน ถ้าเริ่มงานไม่ถึง 3 เดือน ก็คำนวณตามวันเริ่มงาน กับโบนัสคงที่ จ่ายสิ้นปี)
 

- ค่าต่างจังหวัดรายเดือน คิดอัตรา 10% ของฐานเงินเดือน
 

- เบี้ยขยันรายเดือน
 

- เครื่องแบบพนักงานกับ PPE
 

- รถรับ-ส่ง ปรับอากาศ
 

- ส่วนลดซื้อรถยนต์บริษัท
 

- สิทธิ์การได้ซื้อรถยนต์ใช้แล้วของบริษัท
 

- อาหารเช้าราคาถูก อาหารกลางวันฟรี อาหารเย็นเฉพาะคนทำ O.T. ฟรี
 

- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
 

- สหกรณ์ออมทรัพย์
 

- ประกันสังคม ประกันอุบัติเหตุ ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ (ให้บัตรรักษาพยาบาล)
 

- ห้องฟิตเนส ห้องพยาบาล ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องสมุด
 

- ทุนการศึกษาบุตรพนักงาน
 

- พนักงานเรียนต่อ มีให้เบิกค่าเทอมส่วนหนึ่ง เงื่อนไขตามประกาศบริษัท
 

- กระเช้าเยี่ยมไข้
 

- มีเงินให้พนักงานจัดกิจกรรมสังสรรค์ในแผนก ปีละ 2 ครั้ง
 

- จัดงานวันครอบครัว ปีละครั้ง
 

- จัดเลี้ยงปีใหม่ ปีละครั้ง
 

- การแข่งขันกีฬา ปีละครั้ง
 

- เงินช่วยเหลืองานศพ ฌาปนกิจสงเคราะห์


 

  เรียนเพื่อเงิน ?

      ผู้ใหญ่บางคน..ยังคิดอาชีพของตัวเองยังไม่ได้  แล้วนับประสาอะไรจะให้เด็กอายุ 17 ปี จะเลือกเรียนต่อในคณะอะไรนั้นยากยิ่งนัก  และการตัดสินใจในครั้งนั้นอาจจะเปลี่ยนชีวิตของเราทั้งชีวิตไปทั้งชีวิต

     ในอเมริกา เด็กนักเรียนจะไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกสายไหนจนกว่าคนนั้นขึ้นปี 3 ของมหาลัย  ปี 3 นักเรียนจะอายุประมาณ 20-21 ซึ่งมีความคิดความอ่านและการเข้าใจชีวิตมากกว่าตอนเด็ก  นักเรียนจะเข้าใจตัวเองมากขึ้น รวามทั้งเข้าใจในสิ่งที่นักเรียนชอบ และในสิ่งที่นักเรียนไม่ชอบ
     อายุ 17 ปี…ก็จะรู้...เท่าเด็กที่ผ่านโลกมาแค่นี้  จะเป็นอาชีพอะไร ก็ได้แต่ดูพ่อแม่ พี่น้อง ญาติ ว่าแต่ละคนทำงานอะไร–ก็แค่นั้น  ก่อน ที่เราจะตัดสินใจอย่างไร ขอแนะนำว่าให้เราคิดให้มาก คิดให้เยอะ คิดให้ลึก หาข้อมูล google ถามประสบการณ์จริงจากผู้รุ้ ไปค่ายคณะต่างๆ ดูรายการสัมภาษณ์คนดัง เช่น the IDOL  ใน youtube ก็ได้  เพราะงานที่เรานึกว่าดี อาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิดไว้ก็ได้  หรืออย่างบางอาชีพที่ไม่น่าสนใจเลย แต่พอศึกษาดีๆแล้ว โอ๋พระเจ้ามันยอดมาก นี่อาชีพที่เราตามหามาทั้งชีวิต

 

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด…คือ..อย่าเลือกเพราะเงิน


     ครูเคยถามนักเรียนหลายคน ว่าอยากเป็นอะไร เพราะอะไร…หลายคนตอบว่า  อยากเป็นหมอ เพราะเงินดี 
     เคยรู้มั้ย..ว่างานหมอต้องทนกับอะไรบ้าง  ความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่  งานอยู่กับความเจ็บปวด และความตาย  ความเหนื่อยล้า  ฉากเบื้องหลังนี้..ไม่มีใครสนใจ  ทั้งๆที่ต้องเจอมันทั้งวัน แต่พอรับเงินเดือน..ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที…
     ใช่..เงินสำคัญ  เงินช่วยให้ทุกๆ อย่างง่ายขึ้น ชีวิตดีขึ้น แต่เราต้องหันมามองทางกลับกันว่าเงินที่เราได้มา เราโอเคมั้ยกับงานที่เราทำ  ถึงเราได้เงินเยอะ แต่ถ้าเราเครียด เกลียดงาน ซักวันไม่สุขภาพเราจะเสื่อมลง หรือไม่เราก็จะทำงานนั้นได้ไม่ตลอดรอดฝั่ง

 

ชีวิตคนนั้น…สั้นนัก


     ถ้าเราจะเอาแรง เอาเวลาที่มีค่า ที่เราไม่สามารถเอาคืนมาได้นั้น มาแลกกับเงิน..จงเลือกงานที่เราพอใจดีกว่า เพราะว่า…ไม่ว่าเราจะทำงานอะไรในโลกนี้ ถ้าเป็นสิ่งที่เราชอบ  เราจะรู้สึกเหมือนไม่ได้ทำงานเลย  นับวันเราจะเก่งขึ้น แล้วรู้มั้ยอะไรจะเกิดขึ้น…เงินก็จะไหลมา เทมา

เพราะฉะนั้น…ขอฝากบอกนักเรียนที่กำลังตัดสินใจกับสื่งที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต..กลับมาดูตัวเราเอง..ทำความเข้าใจกับความรู้สึกของเรา…

ในอดีตเราเคยเป็นยังไงมันไม่สำคัญ เท่ากับ ในอนาคตเราเลือกที่จะเป็นอย่างไร

cr:http://unigang.com
“ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น” 

   วันนี้ผมจะมานำเสมอมุมมองต่างๆจากคนภายนอกว่าเมื่อได้ยินคำว่าศิลปากร แล้วสิ่งที่พวกเขาจะนึกถึงหรือกล่าวถึงคืออะไร
 
- มหาวิทยาลัยแห่งความ เซอร์ !!..ความแนว!!...ความart!! ของเหล่าปัญญาชนคนไทย ก็คงจะหนีไม่พ้นที่นี่แน่นอน
 
-ชื่อเสียงด้าน ศิลปะแขนงต่างๆ ส่วนใหญ่ล้วน มีต้นตอมาจาก ศิลปากรแทบทั้งนั้น

- ความเป็นศิลปากร ดึงดูดผู้คนผู้มีใจรักในศิลปะแขนงต่างๆให้ ent มาเข้าที่นี่กันเยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็นคณะ
อักษร ศิลปศาสตร์ สถาปัตย์
และอื่นๆ
 
- คะแนน ent นั้นไม่ได้สูงลิบ แต่ก็ไม่ได้ต่ำเตี้ย ถือว่าอยู่ในระดับเดียวกับ เครือพระจอมเกล้าเลย (แต่คนละสาขากัน)

- ความไกลถือเป็นอุปสรรคอีกอย่างที่ หลายๆคนอาจจะไม่เข้าเรียนที่นี่ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคเลยสำหรับผู้มีใจรักในความ art ทั่วประเทศไทย

- มหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นมหาวิทยาลัยที่มีคณะ-สาขาวิชาทางด้านศิลปะมากที่สุดของประเทศไทย

- ศิลปินแห่งชาติทางด้านศิลปะกว่าครึ่งจบจากมหาวิทยาลัยศิลปากร



 look ของเด็กที่นี่

- โห แม่งศิลปากรหวะ !! (เด็กศิลป์)

- เด็กแนว

- เด็กเซอร์

- จิตรกรแหง๋!
 
View My Blog
Subscribe to RSS Feed Follow me on Twitter!